ทวาราวดี แปลว่า ประตูที่ดี
มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 มีศูนย์กลางอยู่ที่นครปฐม จากหลักฐาน
ทางโบราณคดีที่ค้นพบบ่งบอกว่า อาณาจักรทวาราวดีมีการติดต่อค้าขายทางทะเล
อย่างกว้างขวาง เพราะทวาราวดีมีทางออกสู่ทะเลมากมาย เนื่องจากมีอาณาเขต ติดต่อกับอาณาจักรศรีวิชัยทางทิศใต้และติดต่อไปจนถึงลำพูนทางทิศเหนือ ทาง
ทิศตะวันตกติดต่อกับทางตอนกลางของพม่า ทิศตะวันออกติดต่อกับอาณาจักรเขมร
ซึ่งได้เริ่มสร้างอาณาจักรขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบ
เกี่ยวกับทวาราวดีเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถบ่งบอกเรื่องราวของทวาราวดี
ได้มากนัก เพราะส่วนมากจะเป็นบันทึกที่กล่าวถึงแต่เรื่องทางศาสนา ไม่ค่อยจะได้
กล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆมากนัก ถึงจะมีอยู่บ้างแต่ก็ น้อยเต็มทีและเป็นเรื่องที่ไม่ปะ
ติดปะต่อกัน ทำให้เรื่องราวที่เกี่ยวกับทวาราวดียังไม่มีความชัดเจนพอที่จะหาข้อสรุป
ได้ บอกแต่เพียงว่า อาณาจักรทวาราวดีมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ส่วนใดบ้าง ประ
ชาชนนับถือศาสนาอะไร พูดภาษาอะไร ซึ่งสรุปได้อย่างกว้างๆเท่านั้น
บันทึกของพระถังซำจั๋งในศควรรษที่ 12 ได้กล่าวถึงอาณาจักรทวาราวดีว่าชื่อ โถโล
โปลี มีความเจริญรุ่งเรืองมากทางด้าน การค้า และศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ทิศตะ
วันตกติดต่อกับอาณาจักรศรีเกษตร (คือพม่าปัจจุบัน) ตะวันออกติดต่อกับอาณาจักร
อิสานปุระ (อาณาจักรเขมร)
เมื่อเขมรสร้างอาณาจักรจนเป็นปึกแผ่น และมีความเข้มแข็งมากขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นเวลา
เดียวกับที่ทวาราวดีเกิดความอ่อนแอ ทำให้เขมรเข้ามาครอบครองทวาราวดีในหลาย
ยุคหลายสมัย แต่บางครั้งที่เขมรอ่อนแอ มอญก็เข้ามาครอบครองทวาราวดีแทนเช่น
ในสมัยของพระเจ้าอนุรุธ แห่งเมืองพุกาม
พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ดินแดนประเทศไทย เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๖ สมัยเดียวกันกับประเทศลังกา ด้วยการส่งพระสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศต่าง ๆ ๙ สาย โดยการอุปถัมภ์ของพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์อินเดีย ในขณะนั้นประเทศไทยรวมอยู่ในดินแดนที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ ซึ่งมีขอบเขตกว้างขวาง มีประเทศรวมกันอยู่ในดินแดนส่วนนี้ไม่น้อยกว่า ๗ ประเทศ ได้แก่ ไทย พม่า ศรีลังกา ญวน กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ซึ่งสันนิษฐานว่ามีใจกลางอยู่ที่จังหวัดนครปฐมของไทย เนื่องจากได้พบโบราณวัตถุที่สำคัญ เช่นพระปฐมเจดีย์ และรูปธรรมจักรกวางหมอบเป็นหลักฐานสำคัญ แต่พม่าก็สันนิษฐานว่ามีในกลางอยู่ที่เมืองสะเทิม ภาคใต้ของพม่า

พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่สุวรรณภูมิในยุคนี้ นำโดยพระโสณะและพระอุตตระ พระเถระชาวอินเดีย เดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนาในแถบนี้ จนเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ ตามยุคสมัยต่อไปนี้
๑. สมัยทวาราวดี
ผืนแผ่นดินจุดแรกของอาณาจักรสุวรรณภูมิ หรือที่เรียกกันว่า “แหลมทอง” ซึ่งท่าน พระโสณะกับพระอุตตระได้เดินทางจากชมพูทวีปเข้ามาประดิษฐานนั้น จดหมายเหตุของหลวงจีนเหี้ยนจัง เรียกว่า “ทวาราวดี” สันนิษฐานว่าได้แก่ที่จังหวัดนครปฐม เพราะมีโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ เช่น พระปฐมเจดีย์ ศิลารูปพระธรรมจักร เป็นต้น ปรากฏว่าเป็นหลักฐานประจักษ์พยานอยู่
พระพุทธศาสนาที่เข้ามาในครั้งนี้ เป็นแบบเถรวาทดั้งเดิม พุทธศาสนิกชนได้มีความศรัทธาเลื่อมใสบวชเป็นพระภิกษุจำนวนมาก และได้สร้างสถูปเจดีย์ไว้สักการะบูชา เรียกว่า สถูปรูปฟองน้ำ เหมือนสถูปสาญจีในอินเดีย ที่พระเจ้าอโศกทรงสร้างขึ้น ศิลปะในยุคนี้เรียกว่า ศิลปะแบบทวาราวดี