หมุนไปตามลมปาก
หมุนไปตามลมปาก
- ผู้แต่ง :: สุชีโวภิกษุ ((นามปากกา)) หรือ นายสุชีพ ปุญญานุภาพ ((ชื่อจริง))
· เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐
· อุปสมบท ณ วัดกันมาตุยาราม
· ได้ศึกษาภาษาบาลีจนได้เป็นเปรียญ ๙ ประโยค
· หนังสือที่เรียบเรียงได้แก่ ลุ่มน้ำนัมมทา, พระไตรปิฎกสำหรับประชาชน, กองทัพธรรม, เชิงผาหิมพานต์, ใต้รุ่มกาสาวพัสตร์
- ที่มาของเรื่อง
· จากหนังสือประชุมนิทานสุภาษิต ซึ่งพิมพ์แจกในการพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าธัญญลักษณ์ เกษมสันต์ ซึ่งประกอบด้วยนิทาน ๕ เรื่อง เป็นนิทานสุภาษิตที่ได้เค้าเรื่องมาจากนิทานสุภาษิตสันกฤต ซึ่ง เค. แอล.วี. ศาสตรี เป็นผู้แต่ง
- จุดประสงค์ในการแต่ง
· เพื่อชี้แจงสุภาษิตและอธิบายความคิดนึกตามหลักของพระพุทธศาสนา
- รูปแบบการประพันธ์
· เป็นร้อยแก้วประเภทนิทานสุภาษิต
- เนื้อเรื่องย่อ
· พุทธศาสนาสอนการใช้ปัญญาในการพิจารณาเรื่องต่างๆเช่น เรื่องความศรัทธา..คนเราควรจะใช้ปัญญาคิดและไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนว่าเชื่อได้หรือไม่..มีเหตุผลอย่างไร มีผลดีไหม…เมื่อเชื่อแล้วจึงค่อยลงมือปฎิบัติ
· การไตร่ตรองโดยแยบคายนั้นเรียกกันว่า โยนิโสมนสิการ พอเห็นดีเห็นชอบด้วยปัญญาของตัวเองแล้วค่อยดำเนินไปถึงขั้นธัมมานุธัมมปฎิปัตติ ซึ่งก็คือประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมที่ได้ตรองเห็นแล้ว
· ความเชื่อเป็นเหมือนหางเสือเรือ ที่จะพาไปได้ทั้งผิดและถูกแล้วแต่การตั้งทิศทางของเรา..เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสั่งให้คนเราใช้ปัญญาพิจารณา จนเห็นจริงก่อนแล้วค่อยเชื่อ ไม่ใช่เชื่อโดยอ้างตำราหรือนึกเดาเอาเอง
· นิทานต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของคนที่หมุนไปตามลมปากเพราะขาดเหตุผลในความเชื่อของตัวเอง..
ð มีพราหมณ์อยู่คนหนึง เดินทางไปซื้อแพะที่ตลาดเพื่อเอามาบูชายัญ เขาแบกมันขึ้นบ่าแล้วเดินกลับบ้าน แต่ระหว่างทาง นักเลง ๓ คนที่ยืนอยู่ตรงถนนก็เห็นเข้า..ด้วยความหิว จึงวางแผนกันหลอกล่อพราหมณ์เพื่อนำแพะมากิน….
ð เมื่อพราหมณ์เดินไป ก็เจอนักเลงคนแรกเดินสวนมา..เขาถามพราหมณ์ว่า ทำอะไรอยู่..แบกสุนัขสกปรกมาทำไม พราหม์ไม่ได้สนใจคำพูดของนักเลงนัก
ð เมื่อเดินต่อมาเรื่อยๆก็เจอนักเลงคนที่ ๒ สวนทางมา เขาร้องขึ้นว่า น่าแปลกใจจริงๆ สุนัขตัวนี้มีประโยชน์อะไรหรอ พราหม์ถึงได้แบกเอาไว้..พราหมณ์จึงเริ่มสงสัย แต่ก็ยังเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ
ð จนเจอนักเลงคนที่ ๓ สวนทางมา…เขาบอกกับพราหมณ์ว่า ท่านแบกสายยัญโญปวีต((ด้ายยัญ))และสุนัขพร้อมกันไปได้ยังไง ท่านเป็นนายพรานล่าเนื้อสุนัข ไม่ใช่พราหมณ์แล้วเหรอ ถึงทำอย่างนี้..
ð พราหมณ์ก็แน่ใจว่าสัตว์ที่ตนแบกอยู่นี่ต้องเป็นสุนัขแน่ๆ นำไปบูชายัญไม่ได้แล้ว…จึงทิ้งแพะนั้นเสีย แล้วกลับบ้านไป นักเลงเหล่านั้นก็นำแพะไปฆ่ากินกันหมด..
· นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้เชื่ออย่างมงาย ไม่พิจารณาเหตุผลด้วยปัญญาเสียก่อน ย่อมหมุนไปตามลมปากได้โดยง่าย
- ข้อคิด
· คนหลายคนพูดตรงกัน ไม่ได้หมายความว่าเป็นความจริงเสมอไป..เพราะอาจนัดแนะกันพูดเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง
· เมื่อได้ยินความคิดเห็นจากคนกลุ่มหนึ่ง เราไม่ควรเชื่อเสมอไป..ควรพิจารณาโดยรอบคอบ เราอาจอาศัยความคิดเห็นของคนกลุ่มอื่นมาประกอบการพิจารณา จึงจะเรียนว่าเราเป็นคนรอบคอบ คิดถึงเหตุผลหลายๆด้าน
· การฟังคนแล้วเชื่อง่าย เรียกว่าเป็นคนหูเบา ย่อมทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและการงานเสียหาย
- การใช้ภาษา
· ใช้การอธิบายและยกตัวอย่างเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพตามไปด้วย
- คำศัพท์
· กิเลส = โลภ โกรธ หลง
· ธัมมานุธัมมปฎิบัตติ = ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมที่ได้ตรองเห็นแล้ว
· ปัญญา = ความรู้ทั่ว ความรอบรู้
· โยนิโสมนสิการ = การพิจารณาโดยแยบคาย
· ลมปาก = คำพูดเป่าหูเพื่อให้เชื่อ
· ศรัทธา = ความเชื่อถือ ความเลื่อมใส
· อุบาย = หนทาง หรือ เล่ห์กล
- ความรู้เพิ่มเติม
· นิทานเรื่องนี้ใช้ภาษาสันกฤตเพื่อให้ได้บรรยากาศโบราณ และ เพื่อสร้างความแปลกใหม่+แตกต่างจากนิทานเรื่องอื่นๆ
ด.ญ.ธนภรณ์ สุขสิงห์โตรัตน์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย
