Posts Tagged ‘วิทยาศาสตร์’

วิทยาศาสตร์กับการลอยกระทง

Written on ตุลาคม 31st, 2009 by editor_aeno shouts

อย่างที่นักเรียนรู้จักความหมายของวิทยาศาสตร์ว่า เป็นวิชาที่จะอธิบายการเกิดปรากฏการณ์ตามธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้น บอกสาเหตุของการเกิด ผลของการเกิด เรามาลองดูว่า ประเพณีการลอยกระทงมีวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ผมจะลองยกตัวอย่างให้เห็นเพื่อให้เกิดแนวคิดให้คุณไปค้นคว้าต่อไปนะครับ 

1. กระทงลอยน้ำ เริ่มจากสิ่งนี้ก่อนก็แล้วกัน เพราะหัวใจหลักของการลอยกระทงก็คือการลอย เพราะคำว่า “ลอยกระทง” หมายถึงเราต้องทำกระทงให้ลอยน้ำให้ได้ ประเพณีของไทยก็จะสอนเราว่า กระทงทำมาจากต้นกล้วยแล้วประดับตกแต่งให้สวยงามตามแต่ใครจะมีจินตนาการ กำลังความคิด ระยะเวลา และการตั้งใจทำ ถ้าหากทำแล้วสวยงาม คนทำก็ชื่นใจ ทีนี้มาว่าการลอย กระทงจะลอยน้ำได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของกระทง(วิทยาศาสตร์ใช้คำว่า มวล) และปริมาตรของกระทง ถ้าหากนำค่าของน้ำหนักกระทงมาหารปริมาตรของกระทงแล้วมีค่าน้อยกว่า 1 กระทงนั้นก็จะลอยน้ำได้ แต่ถ้าทำให้กระทงนั้นหนักมากในขณะที่ปริมาตรน้อย เมื่อหาค่าออกมามากกว่า 1 กระทงนั้นก็จะจมน้ำลงไป อดลอยกระทง เราก็เลยจะเห็นว่า เวลาเขาทำกระทงเขามักจะใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาเป็นหลัก คงกลัวมันจะจมกระมัง

2. ลอยแต่คว่ำ หลายคนประสบกับปัญหาทำกระทงขึ้นมาแล้วมันเกิดคว่ำ แต่ไม่จมลงในน้ำ นั่นเพราะเกิดจากความสมดุลนั่นเอง ความสดดุลของกระทงก็คือ จุดศูนย์ถ่วง ในทางวิทยาศาสตร์ อธิบายง่ายๆ ว่า จุดศูนย์ถ่วงของกระทงนั้น เป็นเหมือนจุดรวมน้ำหนักทั้งหมดของกระทง ถ้าจุดศูนย์ถ่วงนั้นอยู่ที่ขอบกระทง กระทงของเราก็จะตะแคงด้านขอบนั้นลงเราก็จะเห็นกระทงคว่ำลง ถ้าจุดศูนย์ถ่วงอยู่ที่ด้านบนส่วนที่เราตกแต่ง เมื่อมันคว่ำก็จะตีลังกากลับด้านทันที แต่ถ้าจุดศูนย์ถ่วงอยู่ในฐานกระทงพอดี มันก็จะลอยไปได้ด้วยดี ข้อนี้ต้องคำนึงถึงความสมดุลของน้ำหนักแต่ละด้านของกระทงเป็นหลักล่ะครับ

3. การไหลไปตามลำน้ำ มีความเป็นวิทยาศาสตร์ตรงส่วนที่เป็นการเคลื่อนที่ของแรงของน้ำ นั่นคือเมื่อน้ำเคลื่อนที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ โมเลกุลของน้ำก็จะเคลื่อนที่ไป เมื่อเราวางกระทงลงบนโมเลกุลของน้ำ(วางลงน้ำ)น้ำจึงพากระทงไปด้วยนั่นเอง ถ้าเราไปวางในน้ำนิ่ง กระทงก็ไม่ไปอยู่แล้ว ข้อนี้หลายคนบอก ใครๆ ก็รู้ แต่ถามว่ารู้แล้วอธิบายได้หรือเปล่าว่าวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องอย่างไร ประเด็นอยู่ตรงนี้ต่างหาก

(เพิ่มเติม…)

เกร็ดน้อยๆ นิดๆ กับ “วิทยาศาสตร์” ในสี

Written on ตุลาคม 31st, 2009 by editor_aeno shouts

หลับตานึกถึง “กล่องดินสอสี” ขึ้นมาทีไร หลายคนคงคิดถึงแท่งสีวางเรียงอยู่ในกล่องได้แบบไม่ต้องใช้เวลานาน แต่กว่าเราจะได้สีแต่ละแท่งมาได้นั้น มีต้นกำเนิดมาอย่างไร และเกี่ยวพันกับวิทยาศาสตร์แค่ไหน น้อยคนนักที่จะรู้ ศ.ดร.ศักดา ศิริพันธุ์ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จะช่วยหาคำตอบ !!
       
       ศ.ดร.ศักดา เล่าระหว่างบรรยายในหัวข้อ “วัฒนธรรมเกี่ยวกับสี” ว่า สีเป็นสิ่งที่คนเราคุ้นเคยมานานแล้ว เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคนเราทุกคนและในทุกวิชาชีพมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ตลอดจนชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ที่ต้องใช้สีเพื่อการสื่อสารไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
       
       ศ.ดร.ศักดา เล่าว่า ก่อนที่เราจะมีเฉดสีต่างๆ ให้เลือกสรรกันใช้แบบไม่อั้นในปัจจุบัน สามารถย้อนไปไกลถึง 15,000 ปีที่แล้วในยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยภาพเขียนสีแรกๆ พบอยู่ในถ้ำลาสโคช์ (Lascaux) ประเทศฝรั่งเศส โดยสีที่คนเรารู้จักนำมาใช้มี 2 ชนิด คือ “เม็ดสี” (pigment) ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ เช่น หินสีในบริเวณใกล้กับเทือกเขาแอลป์ และอีกชนิดที่ได้จากสารอินทรีย์คือ “สีย้อม” โดยมีการใช้งานมานานกว่า 6,000 ปี อียิปต์เป็นชาติเก่าแก่ที่รู้จักการใช้สีเพื่อจารึกและบอกเล่าประวัติศาสตร์มากว่า 3 สหัสวรรษ
       
       ส่วนนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่สังเกตและศึกษาปรากฏการณ์ของสี คือ อริสโตเติล ซึ่งเป็นทั้งนักปราชญ์คนสำคัญที่มีอายุเมื่อ 300 ปีก่อนคริสตกาล โดยเขาค้นพบว่าสีเกิดจากการดูดกลืนและสะท้อนของแสงตามหลักวิทยาศาสตร์ ก่อนที่จะมีผู้สนใจอื่นๆ ร่วมศึกษาเรื่องสีด้วย เช่น ลีโอนาร์โด ดาวินซี ศิลปินชื่อก้อง ผู้บัญญัติศัพท์ “ความสว่าง” (Bright) และ “ความต่างสี” (Contrast) ไว้คู่กับวงการศิลปกรรมเมื่อราวศตวรรษที่ 15
       
       จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ระดับตำนานอย่างเซอร์ไอแซค นิวตัน ก็ค้นพบว่า เมื่อแสงสีขาวเดินทางผ่านแท่งปริซึมจะแยกได้เป็นแสงสีรุ้ง 7 สี พร้อมให้ความเห็นว่า สีเป็นเรื่องราวของความรู้สึก และแสงประกอบด้วยอนุภาคเล็กๆ มากมาย โดยผู้ให้กำเนิดวงล้อสีที่รู้จักกันดี คือ โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ นักปรัชญาผู้ให้กำเนิดทฤษฎีแม่สีอันประกอบด้วยสีเหลือง สีแดง และสีน้ำเงิน

(เพิ่มเติม…)

ชีวิตยืนยาว และ แข็งแรง

Written on ตุลาคม 29th, 2009 by editor_aeno shouts

บัญญัติ 10 ประการ สู่ชีวิตยืนยาวและแข็งแรง

ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการแพทย์ยุคปัจจุบัน ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น แม้จะตกอยู่ในสภาพ “มนุษย์ผัก” ก็ตาม

คำว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” เป็นพรวิเศษสุดที่มนุษย์ทุกคนคงอยากให้กลายเป็นจริง แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะร่างกายย่อมทรุดโทรมไปตามกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขาดการออกกำลังกายและถูกโรครุมเร้า

วิธีปฏิบัติตัวเพื่อรักษาชีวิตให้ยืนยาวอย่างแข็งแรงมีหลายรูปแบบ บางวิธียังเป็นเรื่องง่ายๆ ที่อาจมองข้ามไป แต่นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้มองข้าม “ข่าวสดหลาก&หลาย” วันนี้ไปรวบรวมงานวิจัยเคล็ดลับยืดชีวิตมนุษย์มารายงานไว้ในบรรทัดต่อจากนี้

1. อย่านอนกินบ้านกินเมือง

วารสารจิตเวชศาสตร์ทั่วไป ในสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ผลการศึกษาที่พบว่า คนที่นอนเกินคืนละ 8 ชั่วโมงต่อวันมีความเสี่ยงเสียชีวิตเร็วกว่าคนอื่น อย่างไรก็ตาม คนที่นอนน้อยกว่าคืนละ 4 ชั่วโมงก็มีโอกาสตายเร็วเช่นกัน

ทางออกดีที่สุด คือ นอนพอดีๆ วันละ 6-7 ชั่วโมง เพราะพบว่าคนกลุ่มนี้มีอายุยืนยาวที่สุด

(เพิ่มเติม…)

บทคัดย่อ (วิทยาศาสตร์)

Written on ตุลาคม 26th, 2009 by editor_aeno shouts

บทเรียนสำเร็จรูปเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ทีละขั้นตอน จากสิ่งที่รู้ไปหาสิ่งที่ไม่รู้ เป็นการจัดระบบการเรียนการสอนที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสามารถของตนเองตามลำดับขั้น มีโอกาสได้รับคำติชมทันทีและก้าวไปตามลำดับ การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  มีความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง พืชในท้องถิ่น, สัตว์น่ารัก, อาหารดีมีคุณค่า และสนุกกับแม่เหล็ก ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง พืชในท้องถิ่น, สัตว์น่ารัก, อาหารดีมีคุณค่า และสนุกกับแม่เหล็ก และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  

(เพิ่มเติม…)