Posts Tagged ‘ประวัติศาสตร์’
Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts
ถ้าพูดถึงศิลปินแล้ว ดิฉันคิดว่าทุกท่านคงนึกถึงผลงานด้านการแสดง ผลงานงานเพลง หรือ ผลงานทางด้านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็น วอลท์ ดิสนีย์ นักสร้างภาพยนตร์การ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะการ์ตูนที่โด่งดังอย่างมิกกี้เมาส์ (Mickey Mouse) มาร์ค ทเวน นักเขียนผู้ทีชื่อเสียงมากที่สุดจากผลงานการเขียนนวนิยายเรื่อง การผจญภัยของ ทอม ซอว์เยอร์ (The Adventure of Tom Sawyer) โมสาร์ท นักดนตรีและนักแต่งเพลงคลาสสิกผู้มีผลงานประพันธ์เพลง และเรียบเรียงดนตรีทั้งประเภทโอเปร่าและซิมโฟนี รวมไปถึง วิลเลียม เชคสเปียร์ นักขียนบทละครที่มีชื่อเสียงของโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องในแนวโศกนาฏกรรม ละครชวนหัว และละครประวัติศาสตร์ และยังมีศิลปินอีกมากมายที่น่าสนใจ ซึ่งในวันนี้ทางเราได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อรวบรวมศิลปินที่เป็นถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลกมาให้ท่านทั้งหลายได้ชมและรับรู้ถึงประวัติที่น่าสนใจของศิลปินเหล่านี้
Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts
ประวัติศาสตร์ธิเบต
ทิเบต (Tibet) ตั้งอยู่ในใจกลางของทวีปเอเชียระหว่างประเทศจีนกับอินเดีย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 2.5 ล้านตารางกิโลเมตร ในบริเวณที่มีภูเขาและที่ราบสูงที่สุดในโลก มีอากาศแห้งและหนาวเย็น รวมทั้งที่ราบกลางหุบเขาริมแม่น้ำอันกว้างใหญ่หลายสาย อันเป็นที่พำนักพิงของชาวธิเบต ผู้ซึ่งมีวัฒนธรรมประเพณีเป็นของตนเอง มาเป็นเวลาช้านาน และมีชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างจากผู้คนในประเทศเพื่อนบ้าน ชาวธิเบตได้มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ในตนเอง ทั้งยังมีการพัฒนาด้านสติปัญญาและจิตใจ ได้แก่ การมีภาษาที่โดดเด่น มีวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่ และมีผลงานศิลปะที่น่ามหัศจรรย์ นอกจากนี้ อารยธรรมของชาวธิเบต ซึ่งสืบเนื่องมาเป็นเวลาหลายพันปีนั้น ยังเป็นอารยธรรมที่สูงส่ง และมีคุณค่าสืบทอดต่อกันมา เป็นมรดกของมนุษยชาติ
ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ชาวจีนและชาวทิเบต-พม่าดั้งเดิมอาจจะแยกออกจากกันเมื่อราว 3,457 ปีก่อนพุทธศักราช เมื่อชาวจีนเริ่มอพยพเข้าสู่ลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ในขณะที่ชาวทิเบตพม่าดั้งเดิมยังเป็นผู้ร่อนเร่ ชาวทิเบตแยกตัวออกจากชาวพม่าชัดเจน เมื่อราว พ.ศ. 943[1] [2]
พบหลักฐานในยุคเหล็กและยุคสำริดในที่ราบสูงฉางตังแต่ยังไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียด วัฒนธรรมในบริเวณนี้เป็นที่รู้จักในชื่อวัฒนธรรมจางจุง ซึ่งมีกล่าวถึงในเอกสารโบราณของทิเบตและเป็นจุดเริ่มต้นของศาสนาบอน
ตำนานทางประวัติศาสตร์
กษัตริย์องค์แรกของทิเบต ญาตริ ซันโป (ระบบ Wylie: Gnya-khri-btsan-po) เชื่อกันว่าเป็นผู้เสด็จมาจากสวรรค์หรือมาจากอินเดีย และโดยลักษณะที่แปลกไปจากมนุษย์เช่น มีพังผืดระหว่างนิ้วและหนังตาปิดจากล่างขึ้นบน คนท้องถิ่นจึงเชื่อว่าพระองค์เป็นพระเจ้า กษัตริย์พระองค์นี้และองค์ต่อๆมา ติดต่อกับสวรรค์ได้โดยมีสายเชือกโยงกับสวรรค์
กษัตริย์ในตำนานอีกองค์หนึ่งคือ ทริคัม เซ็นโป (Dri-gum-brtsan-po) ยุแหย่ให้องครักษ์ของพระองค์ชื่อโลงัม (Lo-ngam) ต่อสู้กับพระองค์ ในระหว่างการต่อสู้ สายเชือกที่โยงพระองค์กับสวรรค์ถูกตัดขาด และพระองค์ถูกฆ่าตาย ตั้งแต่นั้นมากษัตริย์ทุกพระองค์จึงทิ้งซากศพไว้ในเมืองมนุษย์ และต้องนำไปฝัง[3]
อีกตำนานหนึ่งชาวทิเบตเป็นลูกหลานของลิงกับยักษ์ ลิงนั้นจริงๆแล้วคือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (ภาษาทิเบต: Spyan-ras-gzigs) ส่วนยักษ์นั้นคือพระนางตารา (ภาษาทิเบต:’Grol-ma) [4]
(เพิ่มเติม…)
Written on พฤศจิกายน 3rd, 2009 by editor_aeno shouts
ธนบัตร สื่อทำหน้าที่เผยแพร่ เอกลักษณ์ประจำชาติให้ทั่วโลกรู้จัก
ธนบัตรเป็นของมีค่าที่ชนในชาติตระหนักในความสำคัญและคุณค่า และยังเป็นสื่อทำหน้าที่เผยแพร่ เอกลักษณ์ประจำชาติให้ทั่วโลกรู้จัก ดังนั้น การพิมพ์ธนบัตรจึงมักนำภาพที่เป็น สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง ความภาคภูมิใจ มาเป็นส่วนประกอบในธนบัตร
ธนบัตรของไทยก็เช่นเดียวกัน ได้แสดงถึงประวัติศาสตร์ และอารยธรรมของไทย ที่ชนชาวไทยมีความ ประทับใจและภาคภูมิใจ บรรดาศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า จึงได้นำมาแสดงไว้ในธนบัตรอย่างผสมกลมกลืน มรดกไทยในธนบัตร แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ
มรดกไทยในธนบัตร แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ
มรดกไทยในธนบัตร แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ ประกอบด้วย พระราชกรณียกิจของพระบูรพกษัตริยาธิราชเจ้าที่ทรงพระคุณอย่างยิ่งแก่ชาวไทย ได้แก่ธนบัตรแบบ 12 เป็นภาพพระบรมราชานุสาวรีย์ของมหาราช ผู้ทรงกอบกู้อิสระภาพและรักษา เอกราชของชาติไว้ ส่วนธนบัตรแบบ 13 และต่อมา เป็นภาพพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์กับพระราชกรณียกิจที่สำคัญ
(เพิ่มเติม…)
Written on ตุลาคม 31st, 2009 by editor_aeno shouts
เนยเข็ง
เนยแข็ง หรือ ชีส (cheese) คือ ผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งสามารถผลิตได้จากนมวัวหรือแพะ เป็นต้น ที่ผ่านกระบวนการคัดแยกโปรตีน แล้วนำโปรตีนของนมมาทำการผสมเชื้อรา หรือแบคทีเรีย หรือสารอื่นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของเนยแข็ง ซึ่งแตกต่างจากเนยที่ทำมาจากไขมันของนม
เนยแข็งเป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน โดยมีปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนที่สุดในคัมภีร์ไบเบิล กลุ่มนักรบทหารโรมันเป็นบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ให้คนทั่วโลกได้รู้จักเนยแข็ง เพราะไม่ว่าจะยกทัพไปที่ใดก็มักจะนำเนยแข็งไปด้วยเสมอและมักจะแบ่งปันเนยแข็งที่มีให้กับคนท้องถิ่นนั้นๆ โบสถ์จัดว่าเป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเนยแข็งที่เด่นชัดที่สุดในสมัยกลาง การจำหน่ายเนยแข็งเพื่อหารายได้เข้าโบสถ์ของบาทหลวงในศาสนาคริสต์ส่งผลให้เกิดเนยแข็งแบบดั้งเดิมที่มีเฉพาะในแต่ละท้องถิ่น และในเวลาต่อมาเนยแข็งท้องถิ่นนี้ได้ถูกพัฒนาปรับปรุงรสชาติให้มีความหลากหลาย จนในปัจจุบันมีเนยแข็งมากกว่า 3,000 ชนิด ซึ่งคนไทยมักมีความเข้าใจผิดว่าเนยแข็งและเนยเหลวเป็นอาหารประเภทไขมันเช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วเนยแข็งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโปรตีนในน้ำนมวัว ในขณะที่เนยเหลวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไขมันในน้ำนมวัว ดังนั้นเนยแข็งจึงจัดเป็นอาหารจำพวกโปรตีนเหมือนเนื้อสัตว์ และมีคุณค่าทางโภชนาการไม้แพ้น้ำนมวัว เนยแข็งให้สารอาหารจำพวก แคลเซียม โปรตีน ฟอสฟอรัส วิตามินบี 12 สังกะสี และไขมัน แต่ให้น้ำตาลแลคโตสในปริมาณที่น้อยกว่าในน้ำนม ผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนมจึงสามารถหันมารับประทานเนยแข็งแทนเป็นทางออกแทนได้ แม้การรับประทานเนยแข็งจะเป็นวัฒนธรรมของต่างชาติแต่ในปัจจุบันนี้เนยแข็งก็เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อวงการอาหารไทย ดังนั้นเราจึงควรรู้จักเลือกรับประทานเนยแข็งโดยเลือกทานชนิดที่มีไขมันต่ำและบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมก็จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
(เพิ่มเติม…)