Archive for the ‘ภาษาไทย’ Category:
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
การใช้เพลงประกอบการสอน
พอถึงเวลาที่ต้องไปเรียนคณิตศาสตร์ นักเรียนหลาย ๆ คนร้องยี้ บ่นว่าเบื่อจัง เซ็งจัง แต่ถ้ามีเพลงให้นักเรียนเล็กๆได้ร้องแสดงความสามารถ นักเรียนน่าจะเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน เช่น
1. เพลง คนเก่งคณิตศาสตร์
วิชาคณิตคิดไปแล้วใจไม่ย่อ เราไม่ท้อเรื่องเรียนเพียรศึกษา
เด็กเก่งคณิตเป็นคนดีมีปัญญา จะพัฒนาตัวเราและชาติไทย
เด็กเก่งคณิตคิดไปแล้วใจไม่หวั่น จะรักกันไม่หลบหนีหาย
เด็กเก่งคณิต เด็กเก่งคณิต คิดสบาย เราทั้งหลายพร้อมใจกันทุกเวลา
เด็กเก่งคณิตจะทำดีทั้งวันนี้และวันข้างหน้า
เด็กเก่งคณิตจะนำพา จะนำวิชาไปสู่ลูกหลานไทย
เด็กเก่งคณิตคิดไปแล้วใจสนุก เราไม่ทุกข์เหมือนเด็กไหน ๆ
เราไม่ยุ่งเหมือนเด็กอื่นใด เด็กเก่งคณิตพร้อมใจ ไชโย ไชโย ๆๆ
(เพิ่มเติม…)
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
หมุนไปตามลมปาก
- ผู้แต่ง :: สุชีโวภิกษุ ((นามปากกา)) หรือ นายสุชีพ ปุญญานุภาพ ((ชื่อจริง))
· เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐
· อุปสมบท ณ วัดกันมาตุยาราม
· ได้ศึกษาภาษาบาลีจนได้เป็นเปรียญ ๙ ประโยค
· หนังสือที่เรียบเรียงได้แก่ ลุ่มน้ำนัมมทา, พระไตรปิฎกสำหรับประชาชน, กองทัพธรรม, เชิงผาหิมพานต์, ใต้รุ่มกาสาวพัสตร์
- ที่มาของเรื่อง
· จากหนังสือประชุมนิทานสุภาษิต ซึ่งพิมพ์แจกในการพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าธัญญลักษณ์ เกษมสันต์ ซึ่งประกอบด้วยนิทาน ๕ เรื่อง เป็นนิทานสุภาษิตที่ได้เค้าเรื่องมาจากนิทานสุภาษิตสันกฤต ซึ่ง เค. แอล.วี. ศาสตรี เป็นผู้แต่ง
- จุดประสงค์ในการแต่ง
· เพื่อชี้แจงสุภาษิตและอธิบายความคิดนึกตามหลักของพระพุทธศาสนา
- รูปแบบการประพันธ์
· เป็นร้อยแก้วประเภทนิทานสุภาษิต
- เนื้อเรื่องย่อ
· พุทธศาสนาสอนการใช้ปัญญาในการพิจารณาเรื่องต่างๆเช่น เรื่องความศรัทธา..คนเราควรจะใช้ปัญญาคิดและไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนว่าเชื่อได้หรือไม่..มีเหตุผลอย่างไร มีผลดีไหม…เมื่อเชื่อแล้วจึงค่อยลงมือปฎิบัติ
· การไตร่ตรองโดยแยบคายนั้นเรียกกันว่า โยนิโสมนสิการ พอเห็นดีเห็นชอบด้วยปัญญาของตัวเองแล้วค่อยดำเนินไปถึงขั้นธัมมานุธัมมปฎิปัตติ ซึ่งก็คือประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมที่ได้ตรองเห็นแล้ว
· ความเชื่อเป็นเหมือนหางเสือเรือ ที่จะพาไปได้ทั้งผิดและถูกแล้วแต่การตั้งทิศทางของเรา..เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสั่งให้คนเราใช้ปัญญาพิจารณา จนเห็นจริงก่อนแล้วค่อยเชื่อ ไม่ใช่เชื่อโดยอ้างตำราหรือนึกเดาเอาเอง
· นิทานต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของคนที่หมุนไปตามลมปากเพราะขาดเหตุผลในความเชื่อของตัวเอง..
ð มีพราหมณ์อยู่คนหนึง เดินทางไปซื้อแพะที่ตลาดเพื่อเอามาบูชายัญ เขาแบกมันขึ้นบ่าแล้วเดินกลับบ้าน แต่ระหว่างทาง นักเลง ๓ คนที่ยืนอยู่ตรงถนนก็เห็นเข้า..ด้วยความหิว จึงวางแผนกันหลอกล่อพราหมณ์เพื่อนำแพะมากิน….
ð เมื่อพราหมณ์เดินไป ก็เจอนักเลงคนแรกเดินสวนมา..เขาถามพราหมณ์ว่า ทำอะไรอยู่..แบกสุนัขสกปรกมาทำไม พราหม์ไม่ได้สนใจคำพูดของนักเลงนัก
ð เมื่อเดินต่อมาเรื่อยๆก็เจอนักเลงคนที่ ๒ สวนทางมา เขาร้องขึ้นว่า น่าแปลกใจจริงๆ สุนัขตัวนี้มีประโยชน์อะไรหรอ พราหม์ถึงได้แบกเอาไว้..พราหมณ์จึงเริ่มสงสัย แต่ก็ยังเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ
ð จนเจอนักเลงคนที่ ๓ สวนทางมา…เขาบอกกับพราหมณ์ว่า ท่านแบกสายยัญโญปวีต((ด้ายยัญ))และสุนัขพร้อมกันไปได้ยังไง ท่านเป็นนายพรานล่าเนื้อสุนัข ไม่ใช่พราหมณ์แล้วเหรอ ถึงทำอย่างนี้..
ð พราหมณ์ก็แน่ใจว่าสัตว์ที่ตนแบกอยู่นี่ต้องเป็นสุนัขแน่ๆ นำไปบูชายัญไม่ได้แล้ว…จึงทิ้งแพะนั้นเสีย แล้วกลับบ้านไป นักเลงเหล่านั้นก็นำแพะไปฆ่ากินกันหมด..
· นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้เชื่ออย่างมงาย ไม่พิจารณาเหตุผลด้วยปัญญาเสียก่อน ย่อมหมุนไปตามลมปากได้โดยง่าย
- ข้อคิด
· คนหลายคนพูดตรงกัน ไม่ได้หมายความว่าเป็นความจริงเสมอไป..เพราะอาจนัดแนะกันพูดเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง
· เมื่อได้ยินความคิดเห็นจากคนกลุ่มหนึ่ง เราไม่ควรเชื่อเสมอไป..ควรพิจารณาโดยรอบคอบ เราอาจอาศัยความคิดเห็นของคนกลุ่มอื่นมาประกอบการพิจารณา จึงจะเรียนว่าเราเป็นคนรอบคอบ คิดถึงเหตุผลหลายๆด้าน
· การฟังคนแล้วเชื่อง่าย เรียกว่าเป็นคนหูเบา ย่อมทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและการงานเสียหาย
- การใช้ภาษา
· ใช้การอธิบายและยกตัวอย่างเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพตามไปด้วย
- คำศัพท์
· กิเลส = โลภ โกรธ หลง
· ธัมมานุธัมมปฎิบัตติ = ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมที่ได้ตรองเห็นแล้ว
· ปัญญา = ความรู้ทั่ว ความรอบรู้
· โยนิโสมนสิการ = การพิจารณาโดยแยบคาย
· ลมปาก = คำพูดเป่าหูเพื่อให้เชื่อ
· ศรัทธา = ความเชื่อถือ ความเลื่อมใส
· อุบาย = หนทาง หรือ เล่ห์กล
- ความรู้เพิ่มเติม
· นิทานเรื่องนี้ใช้ภาษาสันกฤตเพื่อให้ได้บรรยากาศโบราณ และ เพื่อสร้างความแปลกใหม่+แตกต่างจากนิทานเรื่องอื่นๆ
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
บ้านม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
บ้านซอยสวนพลู เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นบ้านอดีตนายกรัฐมนตรีบุคคลสำคัญคนหนึ่งของเมืองไทย ท่านได้ใช้บ้านนี้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และรับรองแขกบ้านแขกเมืองจนถึงกับระดับผู้นำประเทศ มาจนถึงท่านถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ.2538 ซึ่งเป็นสถานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในบริเวณบ้านประกอบด้วยเรือนไทย และศาลาไทย ในเนื้อที่ดินประมาณ 5 ไร่ ในบรรยากาศที่ร่มรื่น ด้วยบริเวณสวนไม้ดัด และสวนหลังบ้าน นับว่าเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากท่ามกลางตึกรามบ้านช่องกลางกรุง
บ้าน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ประกอบด้วยเรือนไทยและศาลาไทยในเนื้อที่ดินประมาณ 5 ไร่ เมื่อเราก้าวพ้นประตูบ้านซึ่งทำด้วยไม้สีดำอมน้ำตาล จะแลเห็นศาลาไทยหลังใหญ่หน้าบ้าน และในบริเวณใต้ถุนของอาคารศาลาไทย ก็มีกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งทำงานให้กับ มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จำหน่ายบัตร และหนังสือซึ่งเป็นผลงานของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เพื่อนำรายได้ จากการจำหน่ายบัตร อาหาร เครื่องดื่ม หนังสือ และการใช้สถานที่ เข้าสมทบทุนมูลนิธิของท่าน
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
ภาคถอดคำประพันธ์

เมื่อนั้นไมยราพ หลังจากถือ ยาสลบแล้ว ไมยราพก็เหาะไปที่พลับพลาของพระราม ไมยราพนั้นยืนอยู่แต่ไกล แอบอยู่ในพุ่มของต้นไทรอยู่ ก็เห็นและทุก หมู่ทหารลิง ที่ไม่ได้ตรวจตราความปลอดภัย ทั้งที่นั่งยามที่กองไฟก็หลับอยู่ แล้วไมยราพก็เป่ากล้องยาสลบไปที่กองไฟ ทั้งทหารลิงและทุกคนก็หลับกันไปหมด แลเห็นพระ ลักษมณ์ ดวงตาเหมือนพระอินทร์ ผิวพรรณมีสีเหลืองทอง ส่วนพระรามมีความสง่างาม ผิวมีสีเขียว สองพระองค์นี้ ที่แม่ของไมยราพหรือนครีพได้ยินนางจันทประภาสศรีได้บอกไว้ว่า มีฤทธิ์มากกว่ายักษ์ แค่ฆ่าก็ตาย แล้วไมยราพก็พาตัวพระรามไปไว้ที่เมืองบาดาล แล้วสั่งอำมาตย์ยักษ์ว่าให้นำพระรามไปขังไว้ที่กรงเหล็กที่ดงตาล ส่วนนางพิรากวนก็ให้ไปตักน้ำ แล้วตั้งไว้ที่พระลานชัย ให้ทันตอนเช้ามืด กูจะต้มพระรามกับไวยวิก เมื่อหนุมานตื่น ก็ไปเรียกสุครีพ น้าของตนซึ่งเป็นลูกพระอาทิตย์ขึ้น เมื่อสุครีพได้ยินเสียงหนุมานก็รีบตื่นทันที และร้อนใจมาก ไปที่พลับพลาปรากฏว่าไม่พบ ทหารทั้งหมดต่างโศกเศร้า พิเภกจึงบอกทาไปเมืองบาดาลแก่หนุมาน เมิ่อหนุมานไปที่เมืองบาดาล ก็ได้ผ่านด่านที่ ๑ ทหารยักษ์รักษานับพัน ด่านที่ ๒ ช้างตกมัน ด่านที่ ๓ เขากระทบกันเป็นเพลิงกรด ด่านที่ ๔ ยุงตัวเท่าแม่ไก่ และด่านสุดท้าย มัจฉานุ เมื่อสู้กับมัจฉานุเสร็จ มัจฉานุจึงบอกทางอย่างเลี่ยง ๆ ไปเมืองบาดาลให้แก่หนุมาน เพราะมัจฉานุมีความกตัญญูต่อไมยราพที่เลี้ยงตนมาเป็นลูกบุญธรรม โดยบอกว่า พ่อลงมาทางใด ก็จงไปทางนั้น
(เพิ่มเติม…)
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าวทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพราะปลูก ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งกำพร้าพ่อ ไม่ปรากฏชื่อหลักฐาน ก็ออกไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกัน
วันหนึ่งเขาไถนาอยู่นานจนสาย ตะวันขึ้นสูงแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมากกว่าปกติ และหิวข้าวมากกว่าทุกวัน ปกติแล้วแม่ผู้ชราจะมาส่งก่องข้าวให้ทุกวัน แต่วันนี้กลับมาช้าผิดปกติ
เขาจึงหยุดไถนาเข้าพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้
ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้าสายตาเหม่อมองไปทางบ้าน รอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าวตามเวลาที่ควรจะมา ด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งสายตะวันขึ้นสูงแดดยิ่งร้อนความหิวกระหายยิ่งทวีคูณขึ้น
(เพิ่มเติม…)
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
ข้อความ : คงตอนเย็นนี้นะ
ตอนนี้จะปายโรงเรียนแย้วจ้า ไม่ทัน
จาก : GTW – 14/06/2001 04:53
ข้อความ :
การผสมเทียมคืออะไร
ต้องรู้ว่า คือการผสมพันธ์พันธ์ที่ไม่เป็นไปธรรมชาติ
ลองอ่านสิ่งที่หาให้มาดูนะไม่ณุ้ว่าถูกใจหรือเปล่า
15 คำถาม ? น่ารู้ เด็กหลอดแก้ว
1. เด็กหลอดแก้วคืออะไร ? ทำไมจึงเรียกเด็กหลอดแก้ว
คนทั่วไปมักไม่รู้หรือเข้าใจผิดว่าการทำ “เด็กหลอดแก้ว” หมายถึงการการก่อให้เกิดตัวอ่อนมนุษย์และเลี้ยง ูอยู่ภายในหลอดแก้วจนโตเป็นเด็ก ตัวเล็กๆ จากนั้นจึงนำมาเลี้ยงต่อ ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ในตู้อบ จนกลายเป็นทารกที่น่ารักเหมือนกับที่คลอดออกมาตามธรรมชาติ ความจริงเป็นความเข้าใจผิด เพราะเราไม่สามารถเลี้ยงเด็กในหลอดแก้วจริงๆ ได้ เราเลี้ยงได้ เฉพาะ “ตัวอ่อน”ของมนุษย์ในระยะ 2-3 วันแรกเท่านั้น จากนั้นต้องรีบนำกลับเข้าสู่ร่างกายสตรี มิฉะนั้น “ตัวอ่อน” จะตาย
การทำ “เด็กหลอดแก้ว” ในภาษาไทยนั้นตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า “IVF” (In Vitro Fertiliztion) หมายความว่า การช่วยเหลือให้เกิดการปฏิสนธิของไ ข่และตัวอสุจิภายนอกร่างกายในหลอดแก้วทดลองภายใต้สิ่งแวดล้อมอุณหภูมิคล้ายกับภายในร่างกาย เมื่อได้ “ตัวอ่อน” ที่สมบูรณ ์ในขนาดที่เหมาะสม ก็นำกลับเข้าสู่ภายในร่างกายของสตรีผู้นั้น เพื่อให้ฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นทารกภายในโพรงมด ลูกต่อไป
2. เด็กหลอดแก้ว มีความเหมือนหรือแตกต่างจากการผสมเทียมอย่างไร ?
แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะการผสมเทียม (Articial Insemination) หมายถึง การฉีด “เชื้ออสุจิ” เข้าไปในช่องคลอดหรือมดลูก โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ช่วยเหลือ จะมีการปฏิสนธิหรือไม่ ยังไม่ทราบ และหากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็เป็นการปฏิสนธิภายในร่างกาย
แต่การทำ “เด็กหลอดแก้ว” เป็นการนำเอา “ไข่” ของสตรีออกมาภายนอกร่างกายแล้วมาผสมกับ “เชื้ออสุจิ” ในหลอดแก้วทดลอง เพื่อให้มีการปฏิสนธิภายนอก ภายใต้บรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่จัดให้เหมาะสมแก่การดำรงชีวิต ของ “ตัวอ่อน” ได้
3. ในการทำ “เด็กหลอดแก้ว” มีขั้นตอนหรือกรรมวิธีอย่างไร ?
ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้ว
(เพิ่มเติม…)
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
การสื่อสาร (Communication)
- หลัการฟังที่ดี การฟังที่ดีมีหลักสำคัญคือ
การสื่อสาร หมายถึง การติดต่อระหว่างมนุษย์ด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งทำให้ฝ่ายหนึ่งรับรู้ความหมายจากอีกฝ่ายหนึ่ง และ เกิดการตอบสนอง ปัจจุบันการสื่อสารมีมากมายหลายวิธี อาจเป็น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ โทรศัพท์มือถือ ดาวเทียม ระบบโทรคมนาคม หรือ การสื่อสารระบบเครือข่ายที่อาศัยดาวเทียมและสายเคเบิลใยแก้ว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อินเตอร์เน็ท ก็ได้
การฟัง คือ การรับรู้ความหมายจากเสียงที่ได้ยิน เป็นการรับรู้สารทางหู ในชีวิตประจำวันของเรา เราใช้เวลานการฟัง ทั้งที่ฟังจากบุคคลโดยตรง และฟังจากจากสื่ออิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ เพราะข่าวสาร ความรู้และศิลปะวิทยาการต่องๆ ที่มนุษย์ถ่ายทอดกันตั้งแต่สมัยโบราณจนถึง ปัจจุบัน ยังใช้วิธีการพูดอธิบายให้ฟังแม้จะมีหนังสือบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม
1. ฟังให้ตรงตามความมุ่งหมาย โดยทั่วไปแล้หลักการฟังมีความมุ่งหมายหลัก 3 ประการ
1.1 ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน ได้แก่ การฟังเรื่องราวที่สนุกสนาน
1.2 ฟังเพื่อความรู้ ได้แก ่ การฟังเรื่องราวทางวิชาการ ข่าวสารและข้อเสนอแนะต่าง ๆ
1.3 ฟังเพื่อให้ได้คติชีวิตหรือความจรรโลงใจ ได้แก่ การฟังที่ก่อให้เกิดสติปัญญา ความสุขุมและวิจารณญาณ เพื่อเชิดชูจิตใจให้สูงขึ้น ประณีตขึ้น
2. ฟังโดยมีความพร้อม ความพร้อมในที่นี้ หมายถึง ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ และความพร้อมทางสติปัญญา
ความพร้อมทางร่างกาย หมายถึง การมีสุขภาพทางร่างกายเป็นปกติ ไม่เหนื่อย ไม่อิดโรย
ความพร้อมทางจิตใจ หมายถึง การมีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอ
3.ฟังโดยมีสมาธิ หมายถึง ฟังด้วยความตั้งใจมั่น จดจ่ออยู้กับเรื่องที่ฟัง ไม่ปล่อยจิตใตให้เลื่อนลอยไปที่อื่น
4. ฟังด้วยความกระตือรือร้น ผู้ที่ฟังด้วยความกระตือรือร้นมักจะเป็นผู้ฟังที่มองเห็นประโยชน์หรือเห็นคุณค่า
จึงสนใจเรื่องที่ตนจะฟัง
5. ฟังโดยไม่อคติ ผู้ฟังโดยไม่อคติต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่เป็นโทษแก่ผู้อื่น
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
เว็บนี้เป็นเว็บที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสำนวนคำที่มีความหมายที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งบอกความหมายของสุภาษิต สำนวน คำพังเพย คำคม แก่ท่านผู้เข้าชม และมีคนเข้าชมตั้งแต่ วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2545 ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2551 จำนวนทั้งสิ้นกว่า 5,535,990 pageviews
แล้วจะไม่ลองเข้าไปให้กำลังใจหรือครับ
ตัวอย่าง ปิดทองหลังพระ
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้มีการจัดเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน มีผู้ลงสมัครหลายคนส่วนใหญ่มีฐานะร่ำรวยมาก ยกเว้น “อาทิตย์” ซึ่งไม่ใช่คนที่ร่ำรวย เขามีน้องชายหนึ่งคนชื่อ”อานนท์”ช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความสนใจอาทิตย์เป็นอย่างมาก ผู้สมัครคนอื่นจึงพากันหาวิธีทำให้ชาวบ้านไม่เลือกอาทิตย์แต่ไม่ว่าจะทำวิธีใด อานนท์ก็ได้เข้ามาขัดขวางได้ทันเวลาทุกที จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครคนอื่นๆได้วางแผนที่จะกำจัดนายอาทิตย์ แต่นายอานนท์ไปแอบฟัง จึงหาทางช่วยพี่ชายของตนในที่สุด นายอาทิตย์ก็ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ โดยที่อาทิตย์และชาวบ้านไม่รู้เลยว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับอานนท์บ้าง ในคืนนั้นอานนท์ถูกยิงเสียชีวิต คนอื่นจึงได้แต่เพียงคิดว่าเขาคงไปอยู่ที่อื่นเสียแล้ว
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การกระทำดี ถึงผู้อื่นไม่รู้แต่ตัวเรารู้ว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งดี ก็จงทำไปเถอะเพราะมันคือความดี เหมือนกับสำนวนที่ว่า”ปิดทองหลังพระ”
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
วรรณคดีไทยเรื่องขุนช้างขุนแผน เป็นเรื่องราวที่ผสมกลมกลืน ระหว่างการบเพื่อพิชิตข้าศึก และการรักเพื่อพิชิตใจนางอันเป็นที่รัก ตลอดเรื่องจึงหนีไม่พ้นการห่ำหั่น การเกี้ยวพาราสี การตัดพ้อ และความพิศวาสอย่างเร้าระทึก และเรื่องนี้ยังสอดแทรสภาพความเป็นอยู่ของคนสมัยโบราณ ที่สะท้อนให้เห็นถึงประเพณี และวัฒนธรรมของคนรุ่นเก่าอย่างชัดเจน นับตั้งแต่การเกิด การบวช การเรียน การแต่งงาน และการตาย รวมไปถึงความเชื่อในเรื่องโชคชะตา และการทำนายทายทัก อันฝังรากอยู่ในวิถีชีวิต
Written on ตุลาคม 30th, 2009 by editor_aeno shouts
ปริศนาร้อยกรอง การแข่งขันทายปริศนาร้อยกรอง เป็นการฝึกเชาว์ไวไหวพริบที่ให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ผู้ทายต้องบรรจงผูกปริศนาเป็นร้อยกรองที่ไพเราะ ส่วนผู้ตอบก็ต้องแข่งขันกันคิดคำตอบในเวลาอันจำกัด เป็นการฝึกคิดหาคำตอบอย่างรวดเร็วตามเงื่อนไขที่วางไว้ ใครคิดได้ตอบก่อนจะเป็นผู้ชนะ การเล่นจะสามารถทายต่อเนื่องกันไปทำให้ผู้เล่นได้ฝึกฝนแนวคิด สามารถรวบรวมความคิดเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจทางภาษาและความรู้ทั่วไปเสนอคำตอบตามเงื่อนไขได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ถูกต้อง อีกทั้งได้ซึมซาบไปด้วยรสของร้อยกรองไทย และมองเห็นแง่งามความวิจิตรพิสดารของภาษาไทยไปด้วย
ปริศนาผวน
ชาย หนึ่งอยู่ภาคพื้น ลานนา
ชาย หนึ่งสิ้นชีวา ดับดิ้น
ชาย หนึ่งแปลกมีงา ร่างใหญ่
ชาย หนึ่งสะอาดสิ้น กลิ่นร้ายหายสูญ
เรื่องที่เก่ากว่า