Archive for the ‘ความรู้ทั่วไป’ Category:
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts

ภาวะโลกร้อน(Global Warming) เป็นปรากฎการณ์ที่โลกไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ เลยทำให้อุณหภูมิในโลกสูงขึ้นและทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้น ซึ่งก๊าซเรือนกระจกจะเก็บความร้อนไว้ไม่ให้สะท้อนออกนอกผิวโลก องค์การสหประชาชาติได้ประมาณการว่าอุณหภูมิของโลกจะสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 2-4 องศา ส่งผลให้น้ำทะเลสูงขึ้น ภาวะโลกร้อนส่งผลให้น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือละลาย เลยทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น จากการละลายของน้ำแข็งทำให้มีหลายพื้นที่น้ำท่วม ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องอพยพหนีและสูญเสียที่ดินทำมาหากินด้วย
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุด คือ การใช้พลังงานอย่างเกินความจำเป็น ซึ่งมาจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่ง และ อุตสาหกรรม เป็นต้น
ก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน คือ
1. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
2. ก๊าซมีเทน
3. ก๊าซไนตรัสออกไซด์
4. คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน
5. โอโซน
เราควรช่วยกันหยุดสิ่งที่จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เช่น
1. ลดใช้ถุงพลาสติก และหันมาใช้ถุงผ้าแทน
2. พยายามใช้ของที่สามารถรีไซเคิลได้
3. ไม่เผาขยะ
4. ประหยัดไฟ
5. ลดการใช้น้ำมัน
6. ปลูกต้นไม้ เป็นต้น
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts
ดีเอ็นเอ (DNA) เป็นชื่อย่อของสารพันธุกรรม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า กรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก (Deoxyribonucleic acid) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิก (กรดที่พบในใจกลางของเซลล์ทุกชนิด) ที่พบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ได้แก่ คน, สัตว์, พืช, เชื้อรา, แบคทีเรีย, ไวรัส เป็นต้น ดีเอ็นเอบรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นไว้ ซึ่งมีลักษณะที่ผสมผสานมาจากสิ่งมีชีวิตรุ่นก่อน ซึ่งก็คือ พ่อและแม่ และสามารถถ่ายทอดไปยังสิ่งมีชีวิตรุ่นถัดไป ซึ่งก็คือ ลูกหลาน
ดีเอ็นเอมีรูปร่างเป็นเกลียวคู่ คล้ายบันไดลิงที่บิดตัว ขาของบันไดแต่ละข้างก็คือการเรียงตัวของนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) นิวคลีโอไทด์เป็นโมเลกุลที่ประกอบด้วยน้ำตาล, ฟอสเฟต (ซึ่งประกอบด้วยฟอสฟอรัสและออกซิเจน) และเบส (หรือด่าง) นิวคลีโอไทด์มีอยู่สี่ชนิด ได้แก่ อะดีนีน (adenine, A), ไทมีน (thymine, T), ไซโทซีน (cytosine, C) และกัวนีน (guanine, G) ขาของบันไดสองข้างหรือนิวคลีโอไทด์ถูกเชื่อมด้วยเบส โดยที่ A จะเชื่อมกับ T และ C จะเชื่อมกับ G เท่านั้น (ในกรณีของดีเอ็นเอ) และข้อมูลทางพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ เกิดขึ้นจากการเรียงลำดับของเบสในดีเอ็นเอนั่นเอง
ผู้ค้นพบดีเอ็นเอ คือ ฟรีดริช มีเชอร์ ในปี พ.ศ. 2412 (ค.ศ. 1869) แต่ไม่ทราบว่ามีโครงสร้างอย่างไร จนในปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) เจมส์ ดี. วัตสัน และฟรานซิส คริก เป็นผู้ไขความลับโครงสร้างของดีเอ็นเอ และนั่นนับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts
เห็นจั่วเรื่องแล้ว คุณผู้อ่านคงแอบงงปนสงสัยกันอยู่ใช่มั้ยล่ะค่ะว่า ในยุคน้ำมันแพง ค่าแรงไม่พอใช้แบบนี้ เรื่องเงินออมนั้น คงทำได้ยากกกก ถึงยากที่สุด เพราะไหนจะผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แล้วยังมีหนี้บัตรเครดิต ค่างวดโทรศัพท์มือถือ และข้าวของอีกมากมายก่ายกองที่เป็นภาระทุกเดือนๆ ชวนให้ปวดหัว แต่วันนี้ค่ะเรามีกลเม็ดการออมที่ คุณมัทยา ดีจริงจริง เจ้าของหนังสือขายดี “ออมน้อยก็รวยได้” แนะนำไว้เกี่ยวกับแนวคิดและวิถีการออมของโลกตะวันตก ซึ่งหากลองอ่านดูจะเห็นว่าหลายๆ วิธีก็ใช้ได้กับโลกตะวันออกได้เหมือนกัน …ไม่เชื่อลองอ่านดูค่ะ
1. ส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่ได้รับ จะมากจะน้อยให้นำไปฝากเข้าบัญชีธนาคารทุกๆ เดือน แล้วอย่าไปยุ่งกับบัญชีนั้นเด็ดขาด ถ้าจำเป็นต้องถอนเงินส่วนนี้ ให้ถือว่ากำลังกู้เงิน เวลาคืนต้องคืนทั้งต้นทั้งดอก
2. เก็บเหรียญทั้งหลายลงกระปุก เปิดอีกบัญชีสำหรับเงินหยอดกระปุก อย่าดูถูกการสะสมเงินเล็กเงินน้อย จากก้อนเล็กๆ เติบโตกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ในอนาคตได้เชียวนะ
3. เก็บเงินคืนที่ได้รับจากเรื่องต่างๆ เข้าบัญชีธนาคาร เช่น เงินคืนตามโปรโมชั่นการซื้อสินค้า เงินคืนเบี้ยประกัน รายได้เบี้ยใบ้รายทางต่างๆ ให้รวมเป็นบัญชีเดียว แล้วทำบัญชีไว้ คุณจะได้รู้ว่า ณ สิ้นปีรายรับที่ได้จากเงินคืนพวกนี้มันมากขนาดไหน รายรับพวกนี้เป็นรายรับไม่ต้องเสียภาษี น่าเสียดายที่จะใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ
4. จ่ายเงินค่างวดผ่อนสิ่งของต่างๆ ที่ผ่อนหมดแล้ว เข้าบัญชีตัวเองด้วยเงินจำนวนเท่าเดิม วิธีนี้คุณไม่ต้องเดือดร้อน เพราะคุณเคยชินกับภาระการผ่อนนั้นๆ อยู่แล้ว ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขว่าคุณไม่มีภาระผ่อนอะไรใหม่ๆ เข้ามาอีกนะ
5. หยุดนิสัยฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ตัดทิ้งให้หมด ทำรายการขึ้นมาว่าต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง หลายคนแปลกใจว่ายิ่งคิดยิ่งตัดได้เรื่อยๆ
6. เพิ่มผลตอบแทนการลงทุน ไม่ควรยอมรับผลตอบแทนดอกเบี้ยต่ำ เงินออมที่มีอยู่ควรไปสร้างเงินต่อด้วยการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างสมดุลในการรับความเสี่ยงด้วย
7. เป็นสมาชิกสหกรณ์ เป็นวิธีง่ายสุดของการออมเงิน พร้อมทั้งเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอีกต่างหาก
8. ซื้อพันธบัตรรัฐบาล สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการออกพันธบัตรประเภทต่างๆ ให้ผู้สนใจ ถ้าสนใจเข้าไปดูที่ www.bot.or.th การจำหน่ายพันธบัตรให้กับประชาชน สิ่งที่ต้องดูคือประเภทพันธบัตร อัตราดอกเบี้ย และวันจ่ายดอกเบี้ย
9. ใช้ประโยชน์จากการโอนเงินบัญชีธนาคาร เมื่อเงินเดือนถูกนำฝากเข้าในบัญชีของคุณแล้ว คุณควรให้มันอยู่ในบัญชีธนาคารให้นานที่สุด (ฮา)
10. เข้าร่วมแผนออมเงินของบริษัท แผนการออมของบริษัทเป็นแผนออมเงินแบบปลอดภาษี และนายจ้างช่วยจ่ายสมทบ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูกจ้าง
11. ใช้การเสียภาษีให้เป็นประโยชน์ เรียนรู้เรื่องภาษี ประโยชน์ที่คุณไม่ควรเสียและประโยชน์ที่คุณควรได้ (เรื่องลดหย่อนนั่นเอง)
12. เข้าโครงการออมเงินที่น่าสนใจ เปิดหูเปิดตาให้กว้าง อาจมีโปรแกรมออมที่นึกไม่ถึง
13. ส้มหล่น อย่าเพิ่งกินหมดในคราวเดียว เงินก้อนใหญ่ไม่มาบ่อยครั้ง เช่น มรดก รางวัลเกมโชว์ ลอตเตอรี่ เงินปันผลกองทุน ฯลฯ เงินก้อนนี้ควรนำไปใช้ในการออมหรือลงทุนเพื่อการเกษียณอายุ ทั้งนี้ อย่าลืมปรึกษามืออาชีพด้านภาษีด้วย
14. รัดเข็ดขัดชั่วคราว อยากได้อะไรมากๆ ลองรัดเข็มขัดในช่วงเวลาหนึ่งๆ เพื่อออมเงินให้มากกว่าปกติ เก็บเงินได้เท่าราคาของ แล้วจึงค่อยกลับสู่การดำเนินชีวิตปกติ
15. ฝากเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล เพื่อการเกษียณอายุสัปดาห์ละครั้ง ในต่างประเทศนิยมมาก มีการทำบัญชีฝากสะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว สำหรับเมืองไทยมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งนายจ้างจ่ายสมทบให้
16. ให้นำเงินเดือนส่วนที่เพิ่มไปฝาก ถ้ารับเงินเป็นรายสัปดาห์หรือราย 2 สัปดาห์ อาจเป็นได้ว่าบางเดือนคุณจะได้รับเงินมากครั้งกว่าปกติ เช่น ถ้าได้รับเงินเป็นรายสัปดาห์ จะมี 4 เดือนที่ได้รับเงินมากครั้งกว่าปกติ หรือถ้าได้รับเงินเป็นราย 2 สัปดาห์ จะมี 3 เดือนที่คุณได้เงินเดือน 3 ครั้ง ครั้งที่เกินมาให้นำไปเข้าบัญชีเงินออม (ทันที)
17. เก็บเงินเบิกรายการต่างๆ ส่วนที่เกินจากรายจ่ายจริงเข้าบัญชีเงินออม ค่าเดินทางหรือรายจ่ายอื่นที่เบิกบริษัทได้ ควรเก็บส่วนเกินจากรายจ่ายจริงไว้ หรือคุณอาจได้ค่าล่วงเวลา ควรเก็บเงินส่วนนี้มาออมเช่นกัน เช่น ได้ค่าล่วงเวลาเดือนละ 2,000 บาท ถึงสิ้นปีจะมีเงินก้อน 2.4 หมื่นบาท สามารถนำมาใช้จ่ายในกรณีพิเศษโดยไม่ต้องไปถอนเงินออมหลัก
18. ยืมมาออม บางคนประสบความสำเร็จในการกู้เงินธนาคาร แล้วนำกลับไปฝากในบัญชีเงินออมของตนเองอีกทีหนึ่ง วิธีนี้ใช้ได้ผลกับคนที่กำลังมีค่าหักลดหย่อน (เช่น กู้ซื้อบ้าน) และใช้ได้กับช่วงเวลาที่ดอกฝากมากกว่าดอกกู้ (หลังภาษี) เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันไม่ต้องพูดถึง
19. นำเงินปันผลและดอกเบี้ยไปต่อเงินโดยอัตโนมัติ เมื่อลงทุนหรือฝากเงินในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด จัดการให้เงินปันผลหรือดอกเบี้ยสามารถนำฝากหรือลงทุนต่อได้อัตโนมัติ ในระยะยาวจะเห็นผลน่าพอใจ
20. ทิ้งเงินไว้ในบัญชีกระแสรายวันให้น้อยที่สุด มีคนจำนวนมากทิ้งเงินไว้ในกระแสรายวัน (เพราะปลอดดอกเบี้ย) แต่หารู้ไม่ว่ากำลังพลาดโอกาสในการทำเงิน ที่ควรก็คือมีเงินในกระแสรายวันให้พอกับรายจ่ายรายเดือน หากเงินเหลือให้โอนไปยังบัญชีเงินฝากที่มีดอกเบี้ยหรือโอนไปลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินที่มีดอกเบี้ยดีสุดในเวลานั้น
21. ใช้ประโยชน์จาก Float ความหมายของ Float คือระยะช่วงที่ผู้ถือเช็คได้รับเช็คไปจนกระทั่งถึงตอนที่ได้รับเงินสั่งจ่ายตามเช็ค กล่าวคือช่วงที่ยังไม่ได้ถูกตัดบัญชีก็ควรแช่เงินไว้ในบัญชีเงินฝากให้นานเท่าที่จะนานได้ ก่อนจะโอนไปเข้าบัญชีกระแสรายวันเพื่อตัดจ่ายเช็ค
22. จ่ายหนี้ให้หมด คุณอยากได้ผลตอบแทน 17-21% หรือเปล่า? อย่ามีหนี้บัตรเครดิตสิ เคลียร์หนี้บัตรให้หมด รู้มั้ยว่าถ้ายอดหนี้อยู่ที่ 2.4 หมื่นบาท ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งปีอยู่ที่ 4,000-5,200 บาท รีบเคลียร์หนี้ให้หมด ผลตอบแทนที่คุณจะได้คือไม่ต้องเสียดอกเบี้ยก้อนนี้ การปลอดหนี้บัตรจึงเป็นวิธีออมเงินก้อนใหญ่ แต่ถ้าจำเป็นต้องมีหนี้ (จริงๆ) หาบัตรที่ดอกถูกสุดมาใช้
เมื่อรู้ดังนี้แล้ว นักออมทั้งหลาย คงไม่ต้องรออะไรทั้งนั้น มาเริ่มต้นด้วยการวางแผนคร่าวๆ ถึงวิธีและขั้นตอนปฏิบัติ บันทึกรายการสิ่งที่ต้องทำ จากนั้นให้ลงมือทันที เน้นนะคะว่าคิดแล้วจงลงมือทำทันที ไม่งั้นเดี๋ยวไม่บรรลุจุดหมาย ไม่รู้ด้วยล่ะ
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts
ยูคลิด

ยูคลิดเป็นนักคณิตศาสตร์ที่สำคัญ และเป็นที่รู้จักกันดี ยูคลิดเกิดที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอิยิปต์ เมื่อราว 365 ปี ก่อนคริสตกาล เมื่อมีชีวิตอยู่จนกระทั่งประมาณปี 300 ก่อนคริสตกาล สิ่งที่มีชื่อเสียงคือผลงานเรื่อง The Elements
หลักฐานและเรื่องราวเกี่ยวกับตัวยูคลิดยังคงสับสน เพราะมีผู้เขียนไว้หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตามผลงานเรื่อง The Elements ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ จากหลักฐานที่สับสนทำให้สันนิษฐานที่เกี่ยวกับยูคลิดมีหลายแนวทาง เช่น ยูคลิดเป็นบุคคลที่เขียนเรื่อง The Element หรือยูคลิดเป็นหัวหน้าทีมนักคณิตศาสตร์ที่อาศัยอยู่ที่อเล็กซานเดรีย และได้ช่วยกันเขียนเรื่อง The Elements อย่างไรก็ดีส่วนใหญ่ก็มั่นใจว่ายูคลิดมีตัวตนจริง และเป็นปราชญ์อัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ที่มีชีวิตในยุคกว่า 2,000 ปี
ผลงาน The Elements แบ่งออกเป็นหนังสือได้ 13 เล่ม ใน 6 เล่มแรกเป็นผลงานเกี่ยวกับเรขาคณิต เล่ม 7, 8 และ 9 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีตัวเลข เล่ม 10 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีที่ว่าด้วยจำนวนอตักยะ เล่ม 11, 12 และ 13 เกี่ยวข้องกับเรื่องราว รูปเรขาคณิตทรงตัน และปิดท้ายด้วยการกล่าวถึงรูปทรงหลายเหลี่ยม และข้อพิสูจน์เกี่ยวกับรูปทรงหลายเหลี่ยม
ผลงานของยูคลิดเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมาก และกล่าวกันว่าผลงาน The Elements เป็นผลงานที่ต่อเนื่อง และดำเนินมาก่อนแล้วในเรื่องผลงานของนักคณิตศาสตร์ยุคก่อน เช่น ทาลีส (Thales), ฮิปโปเครตีส (Hippocrates) และพีธากอรัส อย่างไรก็ตาม หลายผลงานที่มีในหนังสือนี้เป็นที่เชื่อกันว่าเป็นบทพิสูจน์และผลงานของยูคลิดเอง ผลงานของยูคลิดที่ได้รับการนำมาจัดทำใหม่ และตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1482 หลังจากนั้นมีผู้นำมาตีพิมพ์อีกมากมายนับจำนวนครั้งไม่ถ้วน
หลักการหา ห.ร.ม.ที่ง่ายที่สุดและรู้จักกันดีจนถึงปัจจุบันคือ ให้นำตัวเลขจำนวนน้อยหารตัวเลขจำนวนมาก เศษที่เหลือมาเทียบกับเลขจำนวนน้อย จับหารกันไปเรื่อย ๆ ทำเช่นนี้จนลงตัว ได้ ห.ร.ม. เป็นเลขที่ลงตัวตัวสุดท้าย
ดังตัวอย่าง การหา ห.ร.ม. ของ 330 กับ 140
a = bq1 + r2 , 0 < r2 < b ; 330 = 140 . 2 + 50;
b = r2q2 + r3 , 0 < r3 < r2 ; 180 = 50 . 2 + 40;
r2 = r3q3 + r4 , 0 < r4 < r3 ; 50 = 40 . 1 + 10;
………. ………. 40 = 10 . 4
rn-2 = rn-1qn-1 + rn , 0 < rn < rn-1 ;
rn-1 = rnqn
ห.ร.ม. ของ (330, 140) คือ 10
ผลงานของยูคลิดยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเลข ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เรื่องของแสง ทางเดินของจุดบนเส้นโค้งและผิวโค้ง รูปกรวยและยังมีหลักการทางดนตรี อย่างไรก็ตาม หลักสูตรหลายอย่างได้สูญหายไป
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts
เพื่อนสนิท…ก็คือ เพื่อนธรรมดาๆ คนนึง ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆ ทั่วๆไป…
ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆ อย่าง ที่คล้ายๆ กับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น…ถึงจะมาสนิทกันได้…
บางที อาจไม่ใช่นิสัย…
บางที อาจไม่ใช่หน้าตา…
บางที อาจไม่ใช่ฐานะ…
บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้…
แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็นมันคนนี้เท่านั้นที่มี…
บางครั้ง…เราก็ไม่ไปที่ที่เราอยากไป…เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย …
บางครั้ง…นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน…น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด…
บางครั้ง…ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย…เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้…
บางครั้ง…ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้…ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆ ที่หัวไหล่ บอกเป็นนัยๆ ว่า เราอยู่ตรงนี้…
ชอบคำๆ นึงที่บอกว่า…เราไม่ได้เป็นแค่เพื่อน…แต่เราเป็นตั้งเพื่อนต่างหาก…
เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ…มากจนบางคนแยกไม่ออก
เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน…ทั้งๆ ที่มันคนละเรื่องกันเลย…
แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก…
เพื่อน…จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที…
ไอเพื่อนสนิทเรา มันคงจะชินแล้ว…
ที่เวลาเรามีรักทีไร เราก็จะห่างๆ มันไปทุกที…
เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที…ก็ตอนอกหักนู่นแหละ…
ก็เคยคิดเหมือนกันนะ…ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง…
คงจะประมาณว่า…”แม่ม…พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน”…
“กะเพื่อนไม่เคยช่วยไรเลย ทีกะแฟนแทบถวายหัว”…
“ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรเพื่อนได้ใช่ไหม”…
คิดๆ ดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ…
เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก…
ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย…
นานๆ ถึงจะได้คุยกันที…
แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา…
นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน…
อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน…
ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้ว เราก็จะไล่มันกลับไปนอน…
ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆ ทั้งนั้น…
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว…
แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า… ‘เพื่อน คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ’…
‘แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ’…
แต่แทนที่มันจะด่าเราว่า อกหักแล้วค่อยนึกถึงเพื่อน…
กลับกลายเป็นว่า…”รู้ไหมว่าเพื่อนดีใจแค่ไหน”…
“ที่เวลาเพื่อนเสียใจ”…”เราเป็นคนแรกที่นึกถึง”…
นี่แหละที่บอกว่า…’เพื่อน’…
‘คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา’…
‘แต่เป็นคนไม่มีวันปล่อยให้เราล้มลง
ไม่ว่าเราจะไปเจ็บมาจากไหน…
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts
ป้อมพระจุล
หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ป้อมพระจุลจอมเกล้า” นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่มีชื่อเสียงของ จ. สมุทรปราการ ด้วยความที่สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก ทั้งยังมีสิ่งน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง พิพิธภัณฑ์ปืน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ฯลฯ
ป้อมแห่งนี้เกิดขึ้นจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ โปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นแนวป้องกันข้าศึกทางทะเลในยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2436
ป้อมพระจุลเป็นป้อมที่ทันสมัย และมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นที่ทำการยิงต่อสู้กับเรือฝรั่งเศสมาแล้วเมื่อ พ.ศ. 2436 และถึงแม้ว่า หลังจากนั้นมาไทยต้องเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศสไปก็ตาม แต่ป้อมพระจุลฯ ก็ทำให้ต่างชาติเกรงขาม ไม่มีเรือข้าศึกล่วงล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาอีก
กองทัพเรือได้ปรับปรุงบริเวณป้อมพระจุลฯ ให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ จัดแสดงประวัติ และพัฒนาการของกองทัพเรือนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts

เจ้าของไร่ข้าวโพดแห่งหนึ่ง ปลูกข้าวโพดพันธุ์ดี ข้าวโพดของเขาได้ผลผลิตดีกว่าข้าวโพดแปลงอื่น ฝักงามกว่า อร่อยกว่า เมื่อผลิตผลออกมาเขานำเมล็ดพันธุ์ของเขา ไปแจกจ่ายให้เจ้าของไร่ข้าวโพดข้างๆ และบริเวณใกล้เคียง ทุกคนต่างสงสัยว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ทำไมไม่เก็บพันธุ์ดีๆไว้เฉพาะแปลงของตน เขาตอบว่า ผมแจกจ่ายและแบ่งปันเพราะความรักก็จริง แต่อีกเหตุผลก็คือ ข้าวโพดพันธุ์ไม่ดีจากไร่ข้างๆ จะได้ไม่ปลิวมาใส่ไร่ของผม ทำให้ข้าวโพดของผมกลายพันธุ์ไป
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts
” ความหมายของเพื่อน… คือ ”
ความหมายของเพื่อน… คือ
คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง คอยฟัง ยามเพื่อนขอ
คอยรอ ยามเพื่อนสาย คอยพาย ยามเพื่อนพัก
คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ
คอยง้อ ยามเพื่อนงอน คอยสอน ยามเพื่อนผิด
คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ คอยเจอ ยามเพื่อนหา
คอยลา ยามเพื่อนกลับ คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น
คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน คอยหอน ยามเพื่อนเห่า
คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ คอยอุบ ยามเพื่อนปิด
คอยคิด ยามเพื่อนถาม คอยปราม ยามเพื่อนหลง
คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด
คอยอด ยามเพื่อนทาน คอยคาน ยามเพื่อนล้ม
คอยชม ยามเพื่อนชนะ คอยสละ ยามเพื่อนชอบ
แล้ว “เพื่อน” ในความหมายของคุณล่ะ….เป็นแบบนี้มั๊ย
อย่าลืมให้ความสำคัญกับคนที่คุณเรียกว่า “เพื่อน” นะ โดยเฉพาะถ้าเค้าคือเพื่อนจริงๆ
… เธอทุกข์ – ฉันทุกข์ เธอสุข – ฉันสุข
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts
หลายๆคนหวังได้ท็อปในการสอบ
พูดง่ายแต่ทำยาก
การที่เราจะสอบได้คะแนนดีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราหวังมากแค่ไหน
แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราพยายาม ตั้งใจ ฝึกฝนมามากเท่าไหร่ต่างหาก
ฉะนั้นวันนี้เราจะมาดูวิธี
“การอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ”
เพื่อที่จะใช้เป็นเคล็ดลับในการสอบที่จะถึงนี้กันนะคะ
จดโน็ตย่อไว้ดูต่างหน้า
วิธีนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย อุปกรณ์มีไม่มากแค่ปากกาหรือดินสอ กับกระดาษโน็ต
เมื่ออาจารย์บรรยายความรู้ก็จดๆๆๆๆและจด จดมันเข้าไป อย่าขี้เกียจ
อย่าจดเพราะเห็นเพื่อนจด ให้จดอย่างตั้งใจ แต่ก็ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจดไม่เงยหน้าดูอาจารย์เลย จะไม่รู้เรื่องเอา
การจดนั้นก็ไม่ใช่จดทุกๆคำ ให้ฟังโดยสรุป จดตามเข้าใจ อย่างคำเฉพาะชื่อเฉพาะ วันเดือนปี ควรจดอย่างยิ่ง
วิธีตรวจสอบว่าจดมานั้นถูกต้องหรือไม่
ให้นำเรื่องที่ฟังและจดบรรยายมาพูดคุยกับเพื่อนๆ หรือกับอาจารย์
ถ้ามีข้อสงสัยให้ถามอาจารย์หรือเพื่อนให้เข้าใจ อย่าปล่อยให้พ้นไปอีกวันหนึ่ง
จดเสร็จมานั่งท่องต่อ
บางทีถึงเราจะจดมาอ่าน หรือเข้าใจแล้ว มันก็จะมีบางวิชาที่ต้องใช้จำชื่อเฉพาะ
เช่น ชีววิทยา(เยอะมากกกกก) สังคมศึกษา(พ.ศ.เน้นหลักๆ) ภาษาต่างประเทศ(คำศัพท์และไวยากรณ์)
วิธีนี้ต้องใช้สมาธิ อยู่ในห้องเงียบๆคนเดียว เวลาอ่านตรงไหนที่ต้องจำให้ออกเสียงมันออกมา
หรือไม่ก็เขียนใส่กระดาษ แล้วติดไว้ตามที่ๆต้องเดินผ่านหรือใช้บ่อยๆ อย่างห้องน้ำ ตู้เย็น ชั้นหนังสือ คอม ห้องนอน
บางคนอาจจะแปะไว้บนเพดานก็ได้ไม่ว่ากัน นอนอ่านสบายดี แต่อย่าหลับไปก่อนก็แล้วกัน
จดแล้ว..จำแล้ว ทำข้อสอบโล้ดดด
ไปหาขุดขุ้ยข้อสอบเก่าๆ หรือโจทย์ที่เคยเรียน ระวังโดนโจทย์หลอก
(น่ากลัวกว่าผีหลอกอีกนะจ๊ะ)
อย่ากลัวผิด คิดยังไงทำออกมาอย่างนั้นเลย แล้วค่อยมาดูเฉลยหรือตรวจคำตอบอีกทีนึง
Written on ตุลาคม 22nd, 2009 by editor_aeno shouts

ลั่นทมหรือลีลาวดี เป็นไม้ดอกยืนต้นในสกุล Plumeria มีหลายชนิดด้วยกัน บางคนมีความเชื่อว่า ไม่ควรปลูกต้นลั่นทมในบ้าน เนื่องจากมีชื่อเป็นอัปมงคล คือไปพ้องกับคำว่า ‘ระทม’ ซึ่งแปลว่า เศร้าโศก ทุกข์ใจ แต่ปัจจุบันนิยมเรียกชื่อใหม่ ว่า ลีลาวดี และนิยมปลูกกันแพร่หลายอย่างมาก ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ ได้แก่ จำปา, จำปาลาว และจำปาขอม เป็นต้น (สำหรับชื่อภาษาอังกกฤษ ได้แก่ Frangipani, Plumeria, Templetree)
เรื่องที่เก่ากว่า