Archive for the ‘สังคม ศาสนา วัฒนธรรม’ Category:

คุณว่ารวยหรือจน

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

Image

อภิมหาเศรษฐีเกือบจะชราผู้หนึ่ง อยากจะสอนให้ลูกชายรู้จักกับชีวิตจริงในโลกควบคู่ไปกับการสอนทฤษฏีในโรงเรียน

ในวันหยุดเขาจะตระเวนพาลูกชายคนเดียว ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ แล้ววันหนึ่ง เขาก็คิดถึงหัวข้อการสอนเรื่องความยากจน เพราะเขามีความเชื่อว่า ลูกชายของเขาคงไม่มีวันรู้จักแน่นอน

เขาจึงพอลูกชายไปเยี่ยมครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง และพักอยู่กับชาวนาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน กลับถึงคฤหาสน์ของเขาในวันต่อมา มหาเศรษฐีก็จะทดสอบว่าลูกชายได้อะไรบ้าง จากการไปพักแรมกับชาวนาผู้ยากจน

ชายตอบคำถามผู้เป็นบิดาว่า เขาขอขอบคุณเป็นอย่างมาก ที่ได้พาเขาไปพบกับชาวนาและพักแรมที่นั่น ซึ่งทำให้เขาได้พบว่า….

….ชาวนามีที่ทำงานเป็นท้องนาที่กว้างใหญ่ ในขณะที่พ่อมีเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่ว่ากว้าง แต่ก็ยังน้อยกว่าท้องทำงานของชาวนา

(เพิ่มเติม…)

ธงชาติไทย

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

ตามนัย พระราชบัญญัติธง พ.ศ.2522 ประมวลกฎหมายอาญา ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติและธงของต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. 2529 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546 มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 พฤษภาคม 2546 และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 29 กรกฎาคม 2546 ได้กำหนดข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติที่สำคัญ ดังนี้

1. ขนาดและสีธงชาติ

          มีขนาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 ส่วน ยาว 9 ส่วน ด้านกว้างแบ่งเป็น 5 แถบ ตลอดความยาวของผืนธง ตรงกลางเป็นแถบสีน้ำเงินแก่ กว้าง 2 ส่วน ต่อจากแถบสีน้ำเงินแก่ออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีขาวกว้างข้างละ 1 ส่วน ต่อจากแถบสีขาวออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีแดงกว้างข้างละ 1 ส่วน

2. การแสดงธงชาติ

          หมายความว่า การที่บุคคลหรือคณะบุคคลได้ทำหรือสร้างให้ปรากฏเป็นรูปร่างไม่ว่าจะเป็นวัตถุ รูป ภาพ หรือสสาร ที่มีลักษณะเป็นสีที่มีความหมายถึงธงชาติ หรือแถบสีธงชาติ

3. ลักษณะธงชาติที่นำมาใช้

           ธงชาติที่จะนำมาใช้ ชัก หรือแสดง ต้องมีสภาพดีเรียบร้อย ไม่ขาดวิ่น และสีไม่ซีดจนเกินควร

(เพิ่มเติม…)

ไม่เป็นไร ใครๆเขาก็ทำกัน

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

Image

เมื่อชัยอายุ 6 ขวบ ขณะที่นั่งรถไปกับพ่อ ถูกตำรวจจับเพราะขับรถเร็วเกินกำหนด พ่อแอบยื่นเงิน 500 บาทให้ตำรวจ และได้รับอนุญาตปล่อยตัวไป พ่อหันมาพูดกับชัยว่า “ไม่เป็นไรลูก เงินแค่นี้ซื้อเวลา ใครใครเขาทำกันทั้งนั้นแหละ“

เมื่อชัยอายุ 8 ขวบ ป้าพาไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเป็นเงิน 75 บาท เมื่อป้าไปชำระเงิน ยื่นธนบัตรร้อยบาทให้พนักงาน ได้รับเงินทอน 55 บาท เพราะลูกค้ามากและเข้าใจว่าธนบัตร 50 บาทคือ 20 บาท ป้ารับเงินทอนและใส่กระเป๋าทันที แทนที่จะบอกพนักงานว่าทอนเงินผิด เมื่อออกจากร้านป้าก็พูดกับชัยว่า “ไม่เป็นไรหลาน ความผิดของเขาเองใครใครเขาทำกันทั้งนั้นแหละ“

เมื่อชัยอายุ 9 ขวบ ครูให้การบ้านปลูกต้นหอมแดงในกระบะ 2 สัปดาห์ แล้วนำไปส่งที่โรงเรียน แม่ลืมซื้อหัวหอมแดงมาให้ชัย เมื่อครบกำหนดวันส่ง แม่ให้พ่อไปซื้อต้นหอมแดงที่ตลาดและฝังลงในกระบะให้ชัยนำไปส่งครู และพูดว่า “ไม่เป็นไรลูก ครูไม่รู้หรอก มีส่งก็ดีแล้ว ใครใครเขาทำกันทั้งนั้นแหละ“

(เพิ่มเติม…)

ธรรมะ เพื่อความรุ่งเรือง

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

ตักบาตรพระล้านครั้ง ไม่เท่ายื่น อาหารให้พ่อแม่เพียงครั้งเดียว
ความดีของลูก คือความสุขของพ่อแม่ ความเลวของลูก คือความทุกข์ของพ่อแม่
หลงผัว หลงเมีย จนลืมพ่อแม่ นับว่าแย่มาก
อยากรวย ให้ทำงาน อยากสวยให้รักษาศีล อยากดี ให้หมั่นเจริญภาวนา
คนฉลาด กำลังทำงาน ส่วนคนโง่ กำลังดูฤกษ์ยาม
หนึ่งวินาที คบบัณฑิต ดีกว่าหนึ่งปี คบคนพาล
อย่าประมาทเมื่อพบงานง่าย อย่าท้อใจเมื่อพบงานยาก
ถ่อมตนคนรัก อวดนักคนชัง (อวดดี…ไม่ใช่การอวดที่ดี)
เสริมเสน่ห์ตนเองด้วยรอยยิ้ม ดีกว่าคอยพึ่งพิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ไม่ควรไว้ใจในคนที่ชอบทำบาป (ถ้าทำบาปแลกบุญ จะขาดทุนร่ำไป)
คนจนยิ่งจน เพราะทำรวย คนรวยยิ่งรวย เพราะทำจน
เรายอมแพ้คน เพื่อเอาชนะกิเลส ดีกว่ายอมแพ้กิเลส ! เพื่อเอาชนะคน
ยามไปซื้อของ อย่าอวดเงินทองให้ใครเห็น
คำสรรเสริญควรให้ไป คำติชม ควรเก็บไว้เพื่อส่องตน
ระวัง อย่าให้สูญเสียคนดี เพราะคนชั่วแทนที่ไม่ได้
คนโง่ แสวงหาพระเครื่อง ผู้ฉลาด แสวงหาพระธรรม
มารยาทงามนี่แหละ จะพลอยทำให้วาสนาดี
เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ ดีกว่าพี่น้องในไส้ที่อยู่ไกล
ประดับกายด้วยความดี มีร าศีกว่าประดับเพชร
กินเหล้าเพื่อเข้าสังคม คือค่านิยมที่ผิด
ความร่ำรวยหากขอกันได้ โลกนี้ก็คงจะไม่มีคนจน
ทรัพย์เกิดไม่ได้ ด้วยเพียงแต่ใจคิดฝัน
ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน การปฏิบัติดี มีค่ามากกว่าการขอพร
คนขยันคือคนโชคดี ความขยันจึงเป็นพรอันประเสริฐ
ถึงแม้การเลือกเกิดเราจะไม่มีสิทธิ์ แต่การเลือกทางชีวิตเป็นสิทธิ์ของเรา
แสวงหาลาภจากการงาน ดีกว่าบนบานบวงสรวง
อย่าเชื่อคนโดยไร้คิด อย่าหลงมิตรเพียงคำยอ
ที่ทำดีไม่ได้ดี เพราะทำดียังไม่มากพอ (ทำดีวันละนิด ดีกว่าคิดว่าจะทำ)
เมื่อมีคำขอโ ทษ ความโกรธย่อมจางเร็ว
วาจาอ่อนหวานลูกหลานใกล้ชิด วาจาเป็นพิษญาติมิตรห่างไกล
กินเพื่ออิ่ม ก็จะมีปัญหาน้อย แต่ถ้ากินเพื่ออร่อย ก็จะมีปัญหามาก

“โลโก ปตฺถมฺภิกา เมตฺตา – เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก”

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

พระพุทธศาสนสุภาษิตบทนี้ให้ความรู้สึกชัดเจนว่า เมตตายิ่งใหญ่นัก แม้เมตตาไม่ยิ่งใหญ่จะเป็นเครื่องค้ำจุนโลกได้อย่างไรเล่า เพราะโลกนั้นมิใช่เล็ก มิใช่ยิ่งใหญ่ธรรมดา แต่ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษที่เดียว ดังนั้นสิ่งที่ค้ำจุนโลกได้จึงต้องมีความยิ่งใหญ่เป็นพิเศษมิได้น้อยกว่าความยิ่งใหญ
่ของโลก และสิ่งนั้นคือเมตตา เมตตาจึงยิ่งใหญ่ที่สุด สำคัญที่สุด ควรเป็นที่ได้รับความเทิดทูนถนอมรักษาเหนือสิ่งอื่นใดทั้งนั้น

โลกคือทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งมนุษย์ ทั้งสัตว์ ทั้งบุคคล ทั้งสิ่งของ ทั้งตัวเรา ทั้งตัวเขา กล่าวได้ว่าอะไรทั้งนั้นที่มีอยู่ เห็นได้อยู่ ล้วนเป็นโลก ตัวเขาก็คือโลก ตัวเราก็คือโลก ทั้งหมดทั้งสิ้นคือโลก ควรจะอัศจรรย์นักที่สิ่งเหล่านี้ทรงตัวอยู่ได้ ไม่สูญสลายไป ก็เพราะมีเครื่องค้ำจุน ที่คิดเพียงผิวเผินแล้วเป็นสิ่งเล็กน้อยนักคือความเมตตา

เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก เมตตาใหญ่ยิ่งนักจริงๆ สำคัญนักจริงๆ เมตตาคือความปรารถนาดีปรารถนาให้เป็นสุข คำที่คู่กับเมตตาคือกรุณา กรุณาที่เป็นความลงมือทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดความพ้นจากทุกข์ ได้เป็นสุข พูดไปแล้วเมตตากับกรุณาแยกกันไม่ได้ เหมือนเป็นคำเดียวกัน เพียงแต่ว่าเมตตาเป็นเหตุและกรุณาเป็นผล เมื่อมีเหตุต้องมีผล เป็นธรรมดาเสมอไป เช่นที่พูดกันเสมอว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ดังที่ปรากฏเป็นสัจธรรมในพระพุทธศาสนา

: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
: พระชนมายุ ๘๗ พรรษา วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓

140 ชื่อพายุรุ่นใหม่ ในรายงานศิลปวัฒนธรรม

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

ไม่น่าเชื่อว่าเข้าช่วงพฤษภาคม ลมที่เคยพัดให้ชื่นใจ กลายกลับเป็น “วาตภัย” ถล่มบ้านเรือนผู้คนให้ได้รับความเสียหาย หนำซ้ำบางแห่งบางที่ยังมีคนล้มตายไปนับหมื่นนับแสนคนเลยทีเดียวจากที่เราๆ ท่านๆ ได้ยินได้ฟังการรายงานอากาศกัน หลายคนงงเกี่ยวกับคำว่า “ภูมิอากาศ” กับ “ลมฟ้าอากาศ” ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ขอสรุปง่ายๆ กันเสียแต่ต้นก่อนเลยก็แล้วกันว่า คำที่เขาใช้ว่า ภูมิอากาศ (Climate) นั้นจะหมายถึงสภาพอากาศที่เกิดขึ้นอยู่ประจำในเขตใดเขตหนึ่งของโลก ว่าไปแล้วก็คือเป็นลักษณะเฉพาะที่เป็นอยู่ทั้งปีทั้งชาติของบริเวณนั้นๆ ซึ่งจะต่างไปจากคำว่า ลมฟ้าอากาศ (Weather) เพราะลมฟ้าอากาศนั้นจะหมายถึง สภาพที่อากาศเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลทำให้ภูมิอากาศแตกต่างกันนั้นมีอยู่หลายประการ นับตั้งแต่ ตำแหน่งที่ตั้ง (ละติจูด) บนพื้นผิวโลก ความสูง ความใกล้-ไกลทะเล กระแสน้ำในมหาสมุทร การวางตัวของภูเขา ซึ่งล้วนมีผลต่อความกดอากาศ และการเกิดลม รวมทั้งพายุในแต่ละถิ่นที่ด้วยพายุ (Storm) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในบ้านเราจะแบ่งลมพายุแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ชนิดแรก คือพายุฟ้าคะนอง (thunderstorm) เป็นพายุที่เกิดในบริเวณแคบๆ จากที่อากาศได้รับความร้อนจัดลอยตัวสูงขึ้นจึงเกิดเป็นเมฆฝน ทำให้ฝนตกมีฟ้าคะนอง และอาจมีลูกเห็บตกด้วย ชนิดที่สอง เป็นพายุไซโคลน(Cyclone) แบ่งตามความเร็วลม เป็น 3 ชนิด คือ พายุดีเปรสชั่น (De pression) ความเร็วลมมีศูนย์กลางไม่เกิน 33 น็อต(61 กม.)ต่อชั่วโมง พายุโซนร้อน (Tropical Storms) ความเร็วลมเพิ่มขึ้นถึง 34 น็อต(62 กม.) ถึง 63 น็อต(117 กม.)ต่อชั่วโมง

(เพิ่มเติม…)

ชื่อของ กรุงเทพฯ

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

ชื่อเต็มของกรุงเทพฯ

กรุงเทพมหานคร      อมรรัตนโกสินทร์       มหินทรายุธยา      มหาดิลกภพ      นพรัตนราชธานีบุรีรมย์

 อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน     อมรพิมานอวตารสถิต     สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์  

คำอ่านภาษาอังกฤษ

KRUNGTHEPMAHANAKHON     AMONRATTANAKOSIN     MAHINTHRAYUTTHAYA     MAHADILOKPHOP
NOPPHARATRATCHATHANIBURIROM     UDOMRATCHANIWETMAHASATHAN     AMONPHIMAN – AWA-
TANSATHIT     SAKKATHATIYAWITSANUKAMPRASIT

(เพิ่มเติม…)

วันตรุษจีน

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

  ตรุษจีน เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน เช่นเดียวกับสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ทุกคนต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ของคนเชื้อสายจีน ตรุษจีนถือเป็นวันหยุดที่สำคัญมากช่วงหนึ่งของชาวจีน และยังแผ่อิทธิพลไปถึงการฉลองปีใหม่ของชนชาติที่อยู่รายรอบ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ม้ง มองโกเลีย เวียดนาม ทิเบต เนปาล และภูฐาน สำหรับชาวจีนที่อาศัยอยู่ต่างถิ่นกันก็จะมีประเพณีเฉลิมฉลองต่างกันไป

           ประวัติของวันขึ้นปีใหม่ของจีนมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในวัฒนธรรมอื่นๆ ความปรารถนาสิ่งที่เราหวังว่าจะได้ปรับปรุง หรือที่เราคิดทำเมื่อเริ่มต้นในปีใหม่ มาถึงตอนนี้ ถ้าไม่ถูกลืม ก็ถูกยัดลงกล่องใส่ตู้ปิดตายและแปะหน้าตู้ว่าไม่แน่ เอาไว้ทำปีหน้าแล้วกันอย่างไรก็ดี ความหวังก็คงยังไม่สูญไปทั้งหมดเพราะโอกาสที่สองกำลังมาถึงแล้ว กับการฉลองวันปีใหม่จีนหรือที่เรารู้จักกันว่า ตรุษจีนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ นั้นเอง  

           ตรุษจีนนั้นคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก ร่องรอยของประเพณี และพิธีกรรมความเป็นมาของการฉลองตรุษจีน นั้นมีมานานกว่าศตวรรษ จริงๆแล้วนานมาก จนไม่สามารถย้อนกลับไปดูว่าเริ่มต้นฉลองมาตั้งแต่เมื่อไร เป็นที่รู้จักและจำได้ทั่วไปว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน 

            การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน (คล้ายกับวัน คริสต์มาสของประเทศตะวันตก) เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, สิ่งต่างๆ เพื่อประดับบ้านเรือน, อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูก ทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่างหน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้าย ออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดสี ฉวี วรรณทาสีใหม่ซึ่งสีแดงเป็นสีนิยม ประตูหน้าต่างจะถูก ประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพร อย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืน   เป็นต้น

(เพิ่มเติม…)

แคะตำนาน กระปุกออมสิน

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนคงจะมีกระปุกออมสินกันอย่างน้อยคนละใบรออยู่ที่บ้าน ของบางคนอาจจะหนักอึ้งขณะที่ของน้องๆ บางคนอาจจะเบาโหวง

ล่าสุดธนาคารออมสิน จัดทำกระปุกออมสินรุ่นล่าสุดในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะไปค้นหาเรื่องราวของกระปุกออมสินที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารออมสินมาฝากน้องๆ กัน

ในวัยเด็กของคุณพ่อคุณแม่ ลุงคุณป้า คุณน้าคุณอา ก็เคยมีกระปุกของตัวเองอย่างน้อยคนละ 1 ใบเช่นกัน อาจจะเป็นกระปุกปูนปลาสเตอร์รูปสัตว์ต่างๆ ที่ฮิตมากก็เห็นจะเป็นกระปุกหมูออมสิน นอกจากนี้ก็มีม้าลาย กระต่าย นก หรือจะเป็นกระปุกกระดาษ กระปุกสังกะสี แล้วแต่ยุคสมัย ค่อยๆ เก็บเงินมาหยอดกระปุกกันวันละเหรียญสองเหรียญพร้อมกับตั้งตารอว่าเมื่อไหร่หนอกระปุกของเราจะเต็มเสียที จะได้เอาเงินไปฝากธนาคารออมสินด้วยตัวเองในวันพฤหัสบดีหรือวันเสาร์ เพราะมักจะได้ของติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน การ์ด หรือกระปุกออมสินใบใหม่ กระปุกออมสินจึงมีด้วยกันมากมายหลายรุ่น

 

 

  (เพิ่มเติม…)

ประวัติเพลงชาติไทย

Written on พฤศจิกายน 5th, 2009 by editor_aeno shouts

ภายหลังการเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรนณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
(24 มิถุนายน 2475) เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ
ได้แต่งเพลงชาติขึ้น เพื่อปลุกใจให้คนไทยรักชาติ และสามัคคี ตลอดจนให้เลื่อมใสในรัฐธรรมนูญ โดยใช้ทำนองเพลงมหาชัย
ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้

สยามอยู่คู่ฟ้าอย่าสงสัย เพราะชาติไทยเป็นไทยไปทุกเมื่อ
ชาวสยามนำสยามเหมือนนำเรือ ผ่านแก่งเกาะเพราะเพื่อชาติพ้นภัย
เราร่วมใจร่วมรักสมัครหนุน วางธรรมนูญสถาปนาพรรษาใหม่
ยกสยามยิ่งยงธำรงชัย ให้คงไทยตราบสิ้นดินฟ้า “

(เพิ่มเติม…)

« เรื่องที่ใหม่กว่าเรื่องที่เก่ากว่า